ยู่รอบ ๆ ต่างกระซิบออกมา “จวนเหมันต์อุดร นายน้อยฉี?”
“ใช่ หนึ่งในยอดฝีมือทั้งสามของจวนเหมันต์อุดร ฉีเหยียน”
“เหตุใดเขาจึงมาที่นี่?”
“ผู้ใดจะรู้…”
เมื่อฟาเทียนได้ยินชื่อจวนเหมันต์อุดรก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป “จวนเหมันต์อุดรจริง ๆ”
“จวนเหมันต์อุดรแข็งแกร่งมากหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
ฟาเทียนเพียงตอบกลับเบา ๆ “กองกำลังทางตอนเหนือได้ก่อตั้งพันธมิตรขึ้นมา เรียกว่าจวนเหมันต์อุดร โดยปกติเรื่องเล็ก ๆ แต่ละกองกำลังจะจัดการเอง แต่หากเป็นเรื่องใหญ่ จวนเหมันต์อุดรจะเป็นผู้จัดการ”
“หมายความว่าเจ้าถิ่น?” เพียงไม่นานเขาก็เข้าใจทุกอย่าง
ฟาเทียนพยักหน้ารับ “เนื่องจากกองกำลังของราชวงศ์หนานโยวกระจายอยู่ทุกที่ เพียงแค่พวกเขาไม่ทำเรื่องทรยศหักหลังราชวงศ์หนานโยว ราชวงศ์หนานโยวก็จะไม่ไปยุ่งกับพวกมัน ดังนั้นสามารถพูดได้ว่า จวนเหมันต์อุดรนี้ นอกจากราชวงศ์หนานโยวแล้วก็ถือเป็นหนึ่งในกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ”
ลู่เฉินรับคำ ขณะนั้นเองชายรูปงามผู้หนึ่งได้ก้าวออกมาจากภายในเกี้ยว
เห็นเพียงชายผู้นี้สวมเสื้อคลุมสีแดง รอบเอวยังแขวนถุงผ้าสีแดงไว้หนึ่งถุง
ถ้าหากมองดี ๆ ยังเห็นได้ว่าบนถุงผ้านั้นมีอักขระยันต์แปลก ๆ บางอย่างส่องแสงสีทองจาง ๆ อยู่
ทหารยามที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็รีบวิ่งไปต้อนรับทันที เห็นได้ชัดว่าสถานะของฉีเหยียนผู้นี้นับว่ามีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในทางเหนือของแดนทักษิณา
แม้แต่ผู้ฝึกฝนบางคนที่เฝ้ามองอยู่ต่างก็ก้าว