ออกไปด้านหน้า
จากนั้นฉีเหยียนก็เดินเข้ามาจากฝั่งตรงข้าม และหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลู่เฉินกับฟาเทียนในระยะห่างออกไปสามก้าวพลางเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “ป้ายประกาศนี้ พวกข้า จวนเหมันต์อุดรเป็นผู้ประกาศขึ้นเอง ไม่ทราบว่าเหตุผลนี้เพียงพอหรือไม่?”
ฟาเทียนนับเป็นคนอารมณ์ร้อนเช่นกัน จึงพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ตอนเหนือของแดนทักษิณานี้ไม่ใช่ของพวกเจ้า แล้วเหตุใดพวกเจ้าจึงต้องเพ่งเล็งพวกข้า?”
ฉีเหยียนยิ้มประหลาดออกมา “ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษเขา มีเรื่องบาดหมางกับผู้ที่ไม่ควรมีเรื่องด้วย!”
เมื่อฉีเหยียนพูดจบก็มองไปยังลู่เฉินเป็นพิเศษ คนรอบข้างจึงแปลกใจขึ้นมาว่าเขาเป็นใคร จึงได้ถูกจวนเหมันต์อุดรเพ่งเล็งเช่นนี้
ลู่เฉินกลับไม่สนใจ มองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีเรื่องบาดหมางกับผู้คนมากมาย ไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงผู้ใดกัน?”
“แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด องค์ชายรอง พระสนมซู และคนอื่น ๆ…” ฉีเหยียนยิ้มอย่างมีเลศนัย
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นจึงตกตะลึงขึ้นมา บางคนมองมายังลู่เฉินพลางพึมพำออกมา “หรือว่าเขาคือหมอเทวดาลู่ผู้นั้น?”
“ใช่ คือผู้ที่รักษาอาการเจ็บป่วยขององค์จักรพรรดิ!”
“เช่นนั้น จวนเหมันต์อุดรนี่อวดดีเกินไปหรือไม่? จึงกล้ามีเรื่องบาดหมางกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตองค์จักรพรรดิได้”
“เบื้องหลังของจวนเหมันต์อุดรมีกองกำลังไม่น้อย และองค์จักรพรรดิคงไม่ไปมีเรื่องกับจวนเหมันต์อุดรเพื่อผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เพียงคนเดียวหรอก