าเคยเห็นคนที่บ้าคลั่งมามากมาย ทว่าไม่เคยเห็นผู้ที่เพิ่งจะอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้แต่กล้าตะโกนใส่ตนเลย ดังนั้นเขาจึงมองไปที่วิญญาณศาสตราวุธด้วยความโกรธ “ยืนบื้ออยู่เพื่ออันใด ไปฆ่าเขาสิ!”
“ข้าหรือ?” วิญญาณศาสตราวุธของม้วนวิญญาณกระดูกพลันตกตะลึง
“อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่สามารถแม้แต่จะจัดการกับมนุษย์ในขั้นหลอมแก่นแท้ได้” ราชันย์กระดูกภูตพูดอย่างเย็นชา
วิญญาณศาสตราวุธของม้วนวิญญาณกระดูกพลันกลัดกลุ้มใจเล็กน้อย “นายท่าน ข้าหยุดเขาไม่ได้ ข้าจึงเรียกท่านมาที่นี่”
“อันใดนะ?” เมื่อได้ยินเช่นนี้ราชันย์กระดูกภูตพลันคิดว่ามันไร้สาระเกินไป แม้แต่หัวกะโหลกขนาดใหญ่ยังสั่นไหวราวกับโกรธมากอย่างไรอย่างนั้น
วิญญาณศาสตราวุธของม้วนวิญญาณกระดูกภูตพลันพูดด้วยความลำบากใจ “นายท่าน ข้าใช้เคล็ดวิชาภูตทั้งหมดแล้ว แต่เขาไม่กลัว”
“ใช้หมดแล้ว?”
“ใช้ทุกอย่างที่ใช้ได้แล้ว” วิญญาณศาสตราวุธของม้วนวิญญาณกระดูกกล่าวอย่างหดหู่
ราชันย์กระดูกภูตมองลู่เฉินด้วยดวงตากลวงโบ๋ทั้งสองข้าง จากนั้นน้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนขึ้นมาก “พ่อหนุ่ม มนุษย์คนหนึ่งอย่างเจ้าเหตุใดถึมาสร้างปัญหากับสมบัติวิญญาณของข้า?”
ชายหนุ่มมองไปที่ราชันย์กระดูกภูตด้วยรอยยิ้ม “เจ้าตอบคำถามของข้าก่อน แล้วข้าจะตอบเจ้าทีหลัง”
“เจ้าให้ข้าตอบคำถามหรือ? นี่เจ้าไม่สนใจข้าเกินไปหรือเปล่า?” ราชันย์กระดูกภูตเริ่มหมดความอดทนอีกครั้ง
“ถ้าเจ้าไม่บอก ข้าจะทำลายประตูนี้เพื่อที่เจ้าจะ