แดนชุมนุมภูตผี และพวกเขาก็รู้อันใดมากมาย
“ใต้เท้า เจ้าจับมันมาได้อย่างไร?” กู่เฮยอดไม่ได้ที่จะขัดจังหวะความคิดของลู่เฉิน
ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่มองไปที่กู่เฮย “เป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะเอาความทรงจำของมันมา?”
“วิญญาณกระดูกขาวไม่มีความทรงจำ!”
“โอ้ ไม่มีอันใดเลย?”
“อืม!” กู่เฮยพยักหน้า แต่ลู่เฉินนึกถึงตอนที่เขาเห็นวิญญาณกระดูกขาวครั้งแรกได้
สิ่งนี้ทำให้เขาพึมพำกับตัวเอง “ถ้าอย่างนั้นใครควบคุมวิญญาณกระดูกขาวนี้?”
แต่ในขณะนี้ไม่มีใครอธิบายให้ลู่เฉินฟังได้ และเขาต้องปล่อยให้กู่เฮยอยู่ที่นี่ ส่วนตนเองก็กลับไปที่บันได เพื่อนำกุ่ยเจี๋ยไปข้างหน้าต่อ
มีทางแยกมากมายบนถนนสายนี้ และกู่เฮยที่อยู่ในสำนักรกร้างก็จะบอกเส้นทางเฉพาะกับลู่เฉินในสำนักรกร้าง
เป็นเช่นนั้นจนกระทั่งผ่านไปหนึ่งเค่อ พวกเขาก็มาถึงยอดเขา
บนยอดเขามีประตูบานหนึ่ง และประตูนี้คล้ายกับประตูของ ‘สำนักรกร้าง’ ยกเว้นว่ากรอบของ ‘ประตู’ เป็นสีดำทั้งหมด และมีอักขระภูตแปลก ๆ อยู่บนนั้น
อักขระภูตเหล่านี้คนธรรมดาย่อมไม่สามารถมองเห็นได้
โชคดีที่ลู่เฉินเคยพักอยู่ในแดนชุมนุมภูตผี หลังจากที่เขาอ่านอักขระยันต์ที่ไม่เหมือนใครเหล่านี้เข้าใจแล้วก็พึมพำว่า “ดูเหมือนว่ามันจะเป็นประตูส่งวิญญาณอ้างว้าง!”
ทว่าเขารู้ดีว่าต้องใช้พลังมหาศาลในการเปิดใช้งานประตูประเภทนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดจึงสามารถเปิดใช้งานได้เพียงทุก ๆ สองสามเดือนหรือหลายปี
แต่ลู่เฉินต้องก