ี่อยู่ด้านหลังชายหนุ่มก็ตกตะลึงขึ้นมา
กุ่ยเจี๋ยจึงดูดซึมซับภูตผีเหล่านั้นด้วยความพึงพอใจ
ลู่เฉินอาศัย ‘ไข่มุกราตรีสมุทร’ จ้องมองไปยังโกศ เพราะอยากรู้ว่าภายในโกศนั้นสถานการณ์เป็นเช่นไร
แต่โกศนี้เป็นสมบัติวิญญาณชนิดหนึ่ง และเมื่อเทียบกับ ‘ไข่มุกราตรีสมุทร’ แล้วก็นับว่าสูงกว่ามากนัก ดังนั้น ‘ไข่มุกราตรีสมุทร’ จึงไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในโกศนั้นได้
เขาจึงทำได้เพียงเดินเข้าไป ส่วนฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยตามไปเงียบ ๆ เช่นกัน
กุ่ยเจี๋ยดูดซึมซับพลังภูตภายในกระดูกนี้อย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ลู่เฉินจึงนำฟาเทียนและทั้งสองไปที่หน้าโกศนั่น
กระดูกที่เหลืออยู่บริเวณรอบ ๆ คิดอยากจะลุกขึ้นมา ชายหนุ่มจึงนำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา และดึงสายขึ้นมาเล็กน้อย กระดูกเหล่านั้นเจ็บปวดจนถึงกับถอยหลังออกไป กุ่ยเจี๋ยจึงถือโอกาสเข้าไปภายในร่างกายของพวกมันอีกครั้งเพื่อจัดการพวกมัน
แต่เมื่อกระดูกเหล่านี้สูญเสียภูตผีไปแล้วก็ค่อย ๆ ล้มลงตรงนั้น ราวกับโครงกระดูกที่ไม่สามารถขยับได้
กุ่ยเจี๋ยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จึงหลอมรวมแสงออกมาถึงสองร้อยชั้น
เมื่อลู่เฉินพึงพอใจจึงให้มันหลบซ่อนตัวแล้วชายหนุ่มก็ไปยังโกศนั้น “ข้าอยากเห็นภายในของเจ้า มีสิ่งประหลาดใดกัน”
ขณะที่เขาคิดจะใช้มือเปล่าในการสัมผัสโกศ จู่ ๆ โกศนั้นก็พรางตัวหายไปทันที
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยพลันตกตะลึงขึ้นมา แต่ลู่เฉินกลับยิ้มออกมา “ยังจะซ่อนตัวอยู่อีกหร