ไร้หน้า แต่เขาไม่ได้พูดออกไป กลับเดินนำทั้งสองคนตรงไปยังตำหนักเหมันต์
เมื่อทั้งสองมาถึงตำหนักเหมันต์แล้วก็ได้เห็นถ้ำแห่งหนึ่ง
ถ้ำแห่งนี้มีแผ่นหินสลักไว้ว่า ‘ถ้ำกระดูกหิมะ’
หานลั่วสุ่ยพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ “ว่ากันว่า ถ้ำกระดูกหิมะคือสถานที่ต้องห้ามของสำนักเหมันต์สงัด ทั้งยังเป็นสถานที่ที่น่ากลัวมาก”
ฟาเทียนรู้สึกแปลกใจ “น่ากลัวเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“หากมีผู้ใดทำผิดในสำนักเหมันต์สงัดก็จะถูกลงโทษ และการลงโทษที่รุนแรงที่สุดก็คือการถูกโยนเข้าไปภายในถ้ำกระดูกหิมะนี้” หานลั่วสุ่ยอธิบาย
เมื่อฟาเทียนได้ยินเช่นนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดขึ้นมา “เช่นนั้นก็น่าสนใจขึ้นมาเสียแล้ว!”
หานลั่วสุ่ยกลับรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย “นายท่านมาที่นี่?”
“นักบุญหญิงผู้นั้นหนีเข้าไปภายในนี้ เพื่อรอให้ข้าติดเบ็ด” ลู่เฉินกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว หานลั่วสุ่ยก็รีบพูดแนะนำขึ้นมา “นายท่าน เช่นนั้นท่านอย่าเข้าไปเด็ดขาด!”
ฟาเทียนเห็นด้วยเช่นกัน “ผู้อาวุโส ในเมื่อนักบุญหญิงผู้นี้เข้าไปหลบซ่อนภายในนั้น ต้องคิดจะใช้ภายในนั้นจัดการท่านเป็นแน่!”
ลู่เฉินกลับไม่สนใจ และขณะนั้นเอง น้ำเสียงติดขบขันของนักบุญหญิงดังออกมาจากภายใน “สามวันแล้ว ในที่สุดเจ้าก็มาที่นี่!”