ง
สิ่งนี้ทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งเป็นกังวล ส่วนลู่เฉินที่ฆ่าไป๋เหล่าเอ้อร์ไปแล้วมองไปที่กลุ่มคนที่ได้รับบาดเจ็บจากยาพิษ เขายกยิ้มพลางเอ่ยว่า “เจ้าสองคน จะออกมาจากร่างของพวกเขาเองหรือจะให้ข้าลงมือ?”
มู่ตู๋ซาเอ่ยว่า “ตอนนี้เรารวมร่างเข้ากับคนเหล่านี้แล้ว ดังนั้นหากเจ้าต้องการฆ่าเรา เจ้าต้องฆ่าพวกเขาทั้งหมดด้วยเช่นกัน!”
คำพูดนั้นทำให้หานลั่วสุ่ยรู้สึกว่าไม่น่าฟังเอาเสียเลย
ฟาเทียนถึงกับสบถ “น่ารังเกียจ!”
มู่ตู๋ซาพูดอย่างไร้ยางอาย “แล้วอย่างไรเล่า?”
ถูอิ่นซาเอ่ยเตือนลู่เฉินว่า “เจ้าหนุ่ม ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้พวกมันตาย เจ้าก็ควรยอมจำนนอย่างเชื่อฟัง!”
ลู่เฉินเย้ยหยันว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขามีที่มาอย่างไร?”
มู่ตู๋ซาจึงตะคอก “ก็แค่ยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาคราม!”
ถูอิ่นซายังกล่าวอีกว่า “แม้เป็นเช่นนั้น เราก็ไม่กลัว!”
ลู่เฉินได้แต่หัวเราะและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าจงเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี!”
อีกฝ่ายไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายถึงอันใด
เพียงอึดใจต่อมา ทั้งคู่ก็ต้องตกตะลึง
พวกเขาเห็นเพียงลู่เฉินพูดกับคนเหล่านั้นว่า “รวบรวมพลังไปที่หลังของพวกเจ้า!”
แผ่นหลังหรือ?
ฟาเทียนสงสัยว่าคนพวกนี้มีสิ่งใดอยู่บนหลังของพวกเขา หานลั่วสุ่ยเองก็มีเช่นกัน แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้างหลังจากโคจรพลังไปแล้ว
สำหรับคนพวกนี้ หลังจากโคจรพลังแล้ว บนร่างของแต่ละคนจะมีกระแสลมแรงที่กระจายออกมา และ