ามตัวตนของลู่เฉินจากมู่หรงหยิง
หลังจากรับรู้ที่มาและการกระทำของลู่เฉิน หญิงชราก็รีบไปข้างหน้าและพูดกับชายหนุ่มซึ่งทำงานเสร็จแล้วด้วยความเคารพว่า “ข้าน้อยถัวหลัวเยว่ เป็นอาจารย์ของเสี่ยวหรง”
“โอ้” ลู่เฉินส่งเสียง จากนั้นก็เพิกเฉยและมองหาพืชต่อไป
ถัวหลัวเยว่มีสีหน้าเคอะเขินและมองไปที่มู่หรงหยิง”เสี่ยวหรง รีบไปถามเขาว่าเขาจะหายโมโหได้อย่างไร”
“หายโมโหแล้วหรือ?” มู่หรงหยิงตกตะลึง
ถัวหลัวเยว่พูดอย่างอาย ๆ ว่า “เอ่อ เมื่อครู่นี้พวกเราเข้าใจเขาผิด ดังนั้น…”
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างก็ขอให้มู่หรงหยิงเป็นผู้บอกลู่เฉินว่าอย่าโกรธพวกเขาเลย
มู่หรงหยิงไม่เคยเห็นผู้อาวุโสเหล่านี้กลัวใครสักคนถึงเพียงนี้
แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี อย่างน้อยสาเหตุที่ลู่เฉินมาที่นี่ก็จะไม่ถูกไล่ถามแล้ว
ดังนั้นมู่หรงหยิงจึงสงบลง นางมาด้านหลังลู่เฉินและพูดอย่างสุภาพกับเขาว่า “ท่านหมอเทวดาลู่ อาจารย์ของข้าต้องการขอโทษเจ้า”
“ขอโทษ?”
“ใช่ ขอโทษในสิ่งที่พวกเขาทำเมื่อครู่นี้” มู่หรงหยิงไม่รู้จะพูดอย่างไร ทำได้เพียงมองไปที่ผู้อาวุโสเหล่านั้น
ผู้อาวุโสเหล่านั้นมองไปที่ลู่เฉินด้วยรอยยิ้มกระอักกระอ่วน
ลู่เฉินมองดูพวกเขาแล้วเอ่ยว่า “ถ้าหากมีความจริงใจ ก็ช่วยเปิดประตูบานสุดท้ายให้ข้า”
ประตูบานสุดท้าย?
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ
มู่หรงหยิงมองไปรอบ ๆ ‘ลานกว้าง’ อย่างสงสัย “ประตูที่นี่ทั้งหมดถูกเจ้าเปิดแล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรมีประตูอีกแล้ว”
ลู