“เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าตนเองได้ผลประโยชน์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด แล้วตนเองจะพิเศษมากนักหรือ?”
เมื่อเห็นว่าเขาพูดเรื่องไร้สาระ ลู่เฉินจึงพูดออกมา “พูดพล่ามเสียจริง!”
พูดจบ ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็ปรากฏกายออกมา ส่วนจักจั่นอัสนีก็เช่นกัน
เห็นเพียงจักจั่นอัสนีฟาดสายฟ้าโค้งออกมาสองถึงสามครั้ง ซึ่งเป้าหมายคือหุ่นเชิดมาร
ทันใดนั้น หุ่นเชิดมารนี้ก็ดูมึนงงขึ้นมา
ผู้อาวุโสม่อหัวเราะเสียงดัง “เจ้าคิดว่าอาศัยแค่แมลงขยะสองตัวนี้ แล้วจะจัดการมันได้หรือ?”
“เจ้าไม่เข้าใจพลังของแมลงสักนิด” เมื่อลู่เฉินพูดจบ แสงทองก็ตกลงมาจากตั๊กแตนตำข้าวแขนทอง และหุ่นเชิดมารก็หดเล็กลงกลายเป็นลูกกลมอีกครั้ง
ทว่าเมื่อเงามีดแสงทองตกลงมา ลูกกลมนี้พลันแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จากนั้นเมื่อลูกกลมกลายเป็นเงาคนอีกครั้ง แขนหายไปข้างหนึ่ง แต่บนหัวไหล่นั้นกลับไม่มีเลือดไหลออกมา และยังดูเหมือนว่าจะไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ
ฟาเทียนตกตะลึงขึ้นมา “เลือดไม่ไหล?”
คนอื่น ๆ ของสำนักมารราตรีแต่ละคนตกตะลึงนิ่งอึ้งไป เห็นได้ชัดว่าต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อ
ผู้อาวุโสม่อพูดด้วยความพึงพอใจ “เจ้าหนุ่ม ลืมบอกเจ้าไว้เสียแล้ว หุ่นเชิดมารของข้าแตกต่างกับหุ่นเชิดอื่น ๆ”
“ไม่ว่าหุ่นเชิดใดก็เหมือนกัน” เมื่อลู่เฉินพูดจบ เขาก็มอบให้แก่แมลงทั้งสอง
จักจั่นอัสนีฟาดสายฟ้าออกไปอีกครั้ง ส่วนตั๊กแตนตำข้าวแขนทองนั้นก็โจมตีต่อไป
ร่างกายของหุ่นเชิดมารนี้ ค่อย ๆ แยกออกจากกันท