้เฒ่าหยางอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงร่ายสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน และสายฟ้านี้ก็ทรงพลังมากขึ้นด้วยความร่วมมือของไข่มุกสายฟ้าวิญญาณ
ในเวลาเดียวกันก็มีจักจั่นอัสนีคอยประคองพลังรอบตัว ทำให้ผู้เฒ่าหยางร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ลู่เฉินมองไปที่ผู้เฒ่าหยางด้วยรอยยิ้ม “เป็นอย่างไรบ้าง?”
ผู้เฒ่าหยางพูดอย่างอ่อนแรง “ข้าเสียใจจริง ๆ ที่ไม่ปล่อยให้ช่างตีเหล็กชราฆ่าเจ้า!”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าควรให้เหตุผลกับข้า” ลู่เฉินยังต้องการทราบว่าเหตุใดหัวหน้าค่ายถึงไว้ชีวิตเขา
ผู้เฒ่าหยางตะคอก “จะหลอกลวงข้าหรือ? ไม่มีทาง!”
ครู่ต่อมาผู้เฒ่าหยางก็ปรากฏตัวขึ้น และในที่สุดก็กลายเป็นภาพลวงตาหมายจะจากไป
ดวงตาของลู่เฉินฉายแววเย็นชา สายฟ้านับไม่ถ้วนโจมตีเงาเบื้องหน้า และผู้เฒ่าหยางก็กรีดร้องว่า “ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไป!”
จากนั้นผู้เฒ่าหยางก็หายไป
ทว่าลู่เฉินไม่ได้หลงทาง เพราะเขาเพิ่งใช้สายฟ้าเพื่อทิ้งร่องรอยตราประทับวิญญาณอัสนีไว้บนวิญญาณของอีกฝ่าย และเครื่องหมายนี้ก็ไม่สามารถกำจัดออกได้ภายในหนึ่งปี และเขาสามารถใช้เครื่องหมายนี้ค้นหาร่องรอยของเขาอย่างช้า ๆ
ดังนั้นลู่เฉินจึงมองไปที่ฝูงชนด้วยความพึงพอใจ
“ผู้อาวุโส แล้วเจ้าเมืองของเราล่ะ?” ซูฮวาอวิ๋นถาม
ลู่เฉินพาเจ้าเมืองออกจาก ‘สำนักรกร้าง’
หลังจากที่เจ้าเมืองออกมา เขาก็ถามราวกับว่าเขาสูญเสียความทรงจำ “ข้า เป็นอันใด?”
ซูฮวาอวิ๋นและคนอื่น ๆ รีบอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
หลังจากได้ยิ