เห็นลู่เฉิน มันก็พูดด้วยความโกรธว่า “เจ้าหนู เจ้ากล้ามาก กล้ามาที่ถ้ำปีศาจของเราหรือ!”
“ก็แค่ถ้ำปีศาจ หาใช่เรื่องใหญ่อันใด” ลู่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ปีศาจเหล่านั้นราวกับถูกกระตุ้น พวกมันคลุ้มคลั่งทีละตัว และแทบอดรนทนไม่ไหวที่จะพุ่งตัวออกมา
ปีศาจหินเย้ยหยัน “ไม่ใช่เรื่องใหญ่?”
“ไม่ใช่งั้นหรือ?”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้จริง ๆ ว่าเราอยู่ที่นี่แล้วน่ากลัวเพียงใด” หลังจากที่ปีศาจหินพูดจบ กำแพงรอบ ๆ ก็สั่นสะเทือน จากนั้นก็มีสิ่งที่คล้ายตุ๊กแกจำนวนหนึ่งคลานออกมาจากกำแพง
ฮวากูเทียนและคนอื่น ๆ ตื่นตัวทันที
ทว่าบางคนหันฝ่ามือไปที่ ‘ตุ๊กแก’ แล้วผนึกสีดำก็พุ่งออกไป และเมื่อโดนตัว ‘ตุ๊กแก’ พวกมันพลันกรีดร้องอยู่ตรงจุดนั้น ก่อนจะตกลงบนพื้นไปตาม ๆ กัน
ปีศาจเหล่านั้นสงสัยว่าเกิดอันใดขึ้น
ฮวากูเทียนและคนอื่น ๆ รู้สึกลิงโลดเป็นอย่างยิ่งแล้วก็เริ่มทำตามกัน
จากนั้นปีศาจบนกำแพงก็ร่วงลงมาทีละตัว
คนจากเมืองฮวาเทียนต่างส่งเสียงโห่ร้องอย่างมีความสุข
ฟาเทียนรู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น “ผู้อาวุโส อักขระยันต์ของท่านมีพลังมากจริง ๆ!”
ลู่เฉินเพียงยิ้ม แล้วเขาก็หันไปมองปีศาจหินในค่ายกล “เห็นหรือไม่”
ปีศาจหินไม่คิดเชื่ออย่างยิ่ง “เป็นไปไม่ได้ เจ้าได้พลังมาได้อย่างไร?!”
“อยากรู้หรือ?” ลู่เฉินยิ้มพิกล
แน่นอนว่าปีศาจหินอยากรู้ เขาจึงจ้องเขม็งไปที่ลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เกิดอันใดขึ้นกันแน่?!”
“ข้าให้อักขระยันต์ปราบปีศาจ