ห็นว่าผู้เฒ่ามู่ไม่ปรากฏตัวออกมาจึงคลายกังวล จากนั้นพวกเขาก็หันมามองลู่เฉินและคนอื่น ๆ
ฮวากูเทียนรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก แต่หลงฉีกลับพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเมืองฮวาเทียน ลำพังพวกเจ้าสิบกว่าคน อย่างไรก็ไม่สามารถต้านทานพวกเรานับร้อยคนที่นี่ได้ ดังนั้นเจ้าถอยไปอีกด้านเถิด ถือเสียว่าประหยัดทั้งแรงและพลัง!”
“หากมีข้าอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าทำร้ายเขา” ฮวากูเทียนพูดด้วยความโกรธแค้น
หลงฉีจึงพูดออกมา “เจ้าเมืองฮวาเฉิง ท่านปกป้องเขาเช่นนี้ หรือว่าคิดอยากจะได้ของจากเขาเช่นกัน!”
“อย่ามากล่าวหาข้า!” ฮวากูเทียนตะโกนออกมา
“จะกล่าวหาหรือไม่นั้น ทุกคนย่อมรู้ดี!” หลงฉีเผยรอยยิ้มประหลาด
ฮวากูเทียนโมโหจนพูดไม่ออก ขณะที่หั่วเหล่าจิ่วมองฮวากูเทียนพลางเอ่ยว่า “เจ้าเมืองฮวาเฉิง พวกเราไม่อยากทำร้ายและมีเรื่องผิดใจกับพวกเจ้า ทางดีนำคนของเจ้าออกไปจะดีกว่า มิเช่นนั้น…”
“มิเช่นนั้นอย่างไร?” ฮวากูเทียนเอ่ยถามราวกับไร้ซึ่งความหวาดกลัว
หั่วเหล่าจิ่วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มิเช่นนั้นพวกเราจะไม่เกรงใจแล้ว!”
ฮวากูเทียนกำลังจะพูดอันใดบางอย่าง แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อนว่า “หากพวกเจ้าอยากมีชีวิตรอด ทางที่ดีคือรีบไหนไปเสีย มิเช่นนั้นอีกสักครู่อาจจะไม่มีโอกาสแล้ว!”
เมื่อหลงฉีได้ยินลู่เฉินพูดจาอวดดีเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มเย็นออกมา “หนี? เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าข่มขู่ข้าพวกเราเช่นนี้ พวกเราจะกลัวอย่างนั้นหรือ?”
หั่วเหล่าจิ่ว