วีเตาและคนอื่น ๆ ก็พยักหน้า
ลู่เฉินเข้าไปในค่ายกลขนาดเล็ก และครู่ต่อมาเขากับซูฮวาอวิ๋นก็หายตัวไปพร้อมกัน
ผู้คนที่เฝ้ามองจากระยะไกลต่างสงสัยว่าคนของเมืองฮวาเทียนไปไหน ดังนั้นคนเหล่านั้นจึงมองไปที่หั่วเหล่าจิ่ว
หั่วเหล่าจิ่วมองหน้าทุกคน ” ไปดู”
หลังจากนั้นไม่นาน คนเหล่านี้ก็มาถึงและฟาเทียนก็มีท่าทีระวังตัวทันที “พวกเจ้าจะทำอันใด?”
“แล้วพ่อหนุ่มคนนั้นเล่า?” หลงฉีถามตรงประเด็น
“เกี่ยวอันใดกับเจ้า?” ฟาเทียนถลึงตาขณะเอ่ย
หลงฉีโกรธทันที “หลวงจีนหน้าเหม็น เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะทำอันใดเจ้าไม่ได้ใช่หรือไม่?”
ฟาเทียนไม่สนใจที่จะคุยกับเขา แต่สวีเตาบอกกับทุกคนว่า “ใต้เท้ามีเรื่องต้องทำ อย่าไปรบกวนเขา”
เมื่อได้ยินคำว่ารบกวน หั่วเหล่าจิ่วก็มองไปที่ค่ายกลและพูดด้วยรอยยิ้ม “ดังนั้นเขาจึงสร้างค่ายกลขนาดเล็กที่นี่”
ทุกคนเข้าใจในไม่ช้า ดังนั้นพวกเขาจึงมองไปยังค่ายกลที่ลู่เฉินอยู่ และหั่วเหล่าจิ่วก็มองไปที่หลงฉีด้วย
หลงฉีพยักหน้า ตั้งใจจะเดินไปที่ค่ายกลนั้น
สวีเตาที่อยู่ด้านในก้าวไปข้างหน้า “ใต้เท้าบอกว่า ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเข้าใกล้!”
“พวกเราแค่อยากดูว่าเขากำลังทำอันใด!” หลงฉีพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
สวีเตาพูดกับหลงฉีว่า “หยุดความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าซะ!”
“ถ้าข้าไม่ทำเล่า?” หลงฉีจ้องเขม็ง
“เจ้าไม่กลัวการไล่สังหารของใต้เท้าหรือ?” สวีเตาผู้นี้มีสีหน้าดูไม่ได้
“ไล่สังหาร? ไร้สาระ!” หลงฉีมองค้อน และวางแผนที่จะเข้