งอากาศก็ไม่อยากเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม สุดท้ายแล้วก็เป็นการบีบบังคับให้หลงฉียิงเกราะแสงสีทองออกมาเพื่อปกป้องอินทรีทอง ทำให้อินทรีทองแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นอินทรีทองก็พุ่งเข้าหาลู่เฉิน
ทุกคนคิดว่าอินทรีทองที่ได้รับพลังจะสามารถเข้าใกล้ลู่เฉินได้และสังหารเขาได้
ทว่าสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ เมื่ออินทรีทองเข้ามาใกล้ ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองบนไหล่ของลู่เฉินก็พุ่งออกไปเป็นเงามีด จู่โจมที่หัวของนกอินทรีทองทันที
‘ตู้ม!’ คราบเลือดสาดกระจาย
อินทรีทองกรีดร้องเสียงหลง จากนั้นก็ล้มลงกับพื้นด้วยความรู้สึกทรมาน
ทุกคนสับสนแต่ก็ยังมองดูอย่างละเอียด พลันพบว่ามีตั๊กแตนตำข้าวตัวเล็ก ๆ บนไหล่ของลู่เฉินซึ่งเป็นสีทอง
คนเหล่านี้สงสัยว่า “แมลงตัวเล็ก ๆ นั้นคืออันใด?”
“ตั๊กแตนตำข้าว”
“เหตุใดถึงมีแมลงที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่?”
แต่คนเหล่านี้ไม่รู้อันใดเกี่ยวกับแมลงเลย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ว่ามันคือแมลงบรรพกาล จึงทำได้เพียงสงสัยต่อไป ทว่าหลงฉีกลับโกรธจัด เขนพุ่งไปที่ด้านข้างของนกอินทรีทอง
เมื่อเห็นว่าหน้าผากของมันเต็มไปด้วยเลือด หลงฉีก็จ้องมองไปที่ลู่เฉิน “ระยำ!”
“ข้าบอกแล้ว อย่าเข้ามา แต่เจ้าไม่ฟัง” ลู่เฉินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากที่หลงฉีได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้น เขาขว้างขวานสองเล่มไปข้างหลังลู่เฉินทันที
ขวานทั้งสองหมุนไปในอากาศแล้วมุ่งตรงเข้าใส่ลู่เฉิน
ทว่าขวานหมุนอยู่ครู่หนึ่งก็ตกลงต่อหน้าลู่เฉิน