้นเขาจึงเดินเข้าไป
แต่เมื่อเขากำลังจะไปถึงไข่มุกที่เต็มไปด้วยสายฟ้า จู่ ๆ ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็รู้สึกถึงอันตราย และชักดาบของมันออกมาทันทีพลางมองเข้าไปในความมืด
ครั้นลู่เฉินสัมผัสได้ก็ฉีกยิ้มออกมา “ให้มันมาเถิด”
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเก็บดาบ แต่ยังคงจ้องมองไปยังที่มืดเขม็ง
ในยามนี้แมลงที่มีรูปร่างเหมือนจักจั่นบินออกมา และมันก็ถูกปกคลุมด้วยสายฟ้า ราวกับว่ามันอาจปล่อยสายฟ้าออกมาได้ทุกเมื่ออย่างไรอย่างนั้น
“จักจั่นอัสนี น่าสนใจดีนี่” ลู่เฉินหัวเราะหลังจากเห็นรูปร่างหน้าตาของมัน
แมลงจักจั่นอัสนีพูดอย่างก้าวร้าว “อย่าเข้ามาใกล้เจ้านายของข้า!”
“เจ้านายของเจ้า? เขาผู้นั้นหรือ?” ลู่เฉินชี้ไปที่โครงกระดูก
“ใช่ เขาเป็นเจ้านายของข้า! พวกเจ้าห้ามเข้าใกล้!” มันจ้องมองลู่เฉินและกล่าวเตือน
ลู่เฉินกลับเอ่ยว่า “แต่มีคนจ้องไข่มุกเม็ดนี้แล้ว”
“ข้าจะฆ่าใครก็ตามที่กล้าจ้องมัน!” จักจั่นอัสนีร้องอุทานอย่างโกรธเกรี้ยว
“คนคนนั้นเคยมาที่นี่แล้วใช่หรือไม่?”
“เจ้าหมายถึงคนที่มีเพลิงปีศาจหรือ?” จักจั่นอัสนีพลันสงสัย
“ใช่ กลิ่นอายของเขายังคงอยู่ที่นี่ ข้าคิดว่าวิญญาณของเขาน่าจะเคยมาที่นี่”
จักจั่นอัสนีแค่นเสียงหึ “ถูกต้อง แต่ข้าไล่เขาออกไป!”
ลู่เฉินพยักหน้าและพูดว่า “เจ้าไล่เขาไปได้ หมายความว่าเจ้าไม่ได้อ่อนแอ”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
“แต่ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์มาก ไม่ต้องพูดถึงว่าที่เขามาเป็นเพียงเสี