าปีศาจสินะ”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าเก่งจริงนี่ หาข้าเจอจนได้” หน้าของอีกฝ่ายบึ้งตึงปนเย็นชา ก่อนจะหัวเราะเสียงประหลาดออกมา
“เช่นนั้น เจ้าคือหัวหน้าค่ายนั่นงั้นหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อในที่สุดก็หาคนพบ
อีกฝ่ายยิ้มแปลกพิกล “ใช่ แล้วก็ไม่ใช่!”
“โอ้? เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“นี่เป็นเพียงกลุ่มวิญญาณที่แยกออกจากตัวตนที่แท้จริงของข้า มิฉะนั้นด้วยความสามารถของตัวตนที่แท้จริงของข้า เจ้าคงตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน!” วิญญาณนี้เย้ยหยัน
“ไม่สำคัญว่าจะเป็นร่างหลักหรือร่างแยกวิญญาณ แต่เจ้าก็ได้ออกมาแล้ว ดังนั้นเรามาคุยกันดีกว่า” ลู่เฉินมองไปที่วิญญาณดวงนี้ด้วยรอยยิ้ม
วิญญาณเอ่ยเย้ยหยัน “คุยอันใด?”
“เพราะอันใดถึงให้ช่างตีเหล็กชรามาขโมยรากวิญญาณของข้า?” ลู่เฉินถามคำถามแรกอย่างตรงไปตรงมา
แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะ
“หัวเราะอันใด?”
“เจ้าหนุ่ม ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นสมาชิกของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ ดังนั้นเจ้าควรรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะบอกเจ้า” วิญญาณตนนี้ยั่วยุ
“ถ้าเช่นนั้นข้าคงได้แต่ต้องลงมือแล้ว”
“ลงมือ? เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่เข้าใจสถานการณ์ของเจ้าหรือ?”
“คิดจะใช้เพลิงปีศาจจัดการข้าหรือ?” ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ และพูดอย่างดูแคลน
แต่วิญญาณนี้พูดอย่างได้ใจว่า “นอกกายเนื้อ ข้าอาจทำอะไรเจ้าไม่ได้ แต่เมื่อได้เข้ามาถึงพื้นที่จิตวิญญาณนี้ ข้าคือราชาของที่นี่ และข้าฆ่าเจ้าได้ตามใจปรารถนา!”
สิ้นคำนั้น ดวงวิญญาณน