ห้นำตัวมา เช่นนั้น หากข้าจะเข้าไปทำการรักษาให้พวกเขาได้หรือไม่?”
“พวกเขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้า ข้าย่อมไม่ยอมให้เจ้านำตัวไป และไม่ให้เจ้าทำการรักษาด้วย!” หลิวซานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“โอ้? หากข้าต้องการเข้าไปเล่า?” ลู่เฉินยิ้ม
หลิวซานเบิกตากว้างพลางเอ่ยว่า “วันนี้มีข้าอยู่ ผู้ใดก็ห้ามเข้าใกล้เขาทั้งสอง!”
“ไม่อยากให้ข้าเข้าใกล้? หรือว่าเจ้ามีความลับใดที่ไม่สามารถบอกได้?”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ต่างพากันแปลกใจว่าลู่เฉินหมายความว่าอย่างไร
หลิวซานจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“วันนี้ ขณะที่ข้าตรวจดูบาดแผลของซุนกู่ นอกจากพบบาดแผลภายนอกก็ยังเห็นบาดแผลส่วนอื่นของเขาด้วย แต่บาดแผลนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นบาดแผลมานาน แต่มีคนรักษาให้เขามาโดยตลอด”
“คนที่นี่มีบาดแผล แน่นอนว่าต้องเป็นข้าที่รักษาพวกเขา เรื่องนี้ถือเป็นความลับเช่นไร?” หลิวซานพูดอย่างไม่พอใจ
“ไม่มีอันใดก็จริง แต่หากต้องการให้คนคนหนึ่งกลายเป็นคนเสียสติขึ้นมาทันที อาจไม่สามารถทำได้ในทันที”
หลิวซานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่ได้จะพูดว่า ขณะที่ข้ารักษาบาดแผลให้เขาแล้วข้าจะทำร้ายเขาหรอกนะ?”
“บนร่างกายของเขามีร่องรอยของโอสถเป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนใช้มาเป็นเวลานาน และโอสถเหล่านี้ก็ส่งผลให้สติของเขาเลอะเลือน จากนั้นเมื่ออาศัยเสียงอีกเล็กน้อยก็สามารถทำให้เขาบ้าคลั่งขึ้นมา และกลายเป็นคนเสี