ู้ใดจะคาดคิดว่าเขาเพียงพูดออกมาสั้น ๆ ว่า “นับตั้งแต่บัดนี้ หากผู้ใดมาหาข้า จงบอกว่าข้าไม่ว่าง!”
เสวี่ยเฉินกล่าวจบก็หลบซ่อนตัวอยู่ภายใต้รูปปั้นมดและหายตัวไป
ผู้อาวุโสต่างหันมองหน้ากัน
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับเขาอย่างนั้นหรือ?”
บางคนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “เจ้าสำนัก เจ้าหนุ่มนั่นตายแล้วหรือ?”
เสวี่ยเฉินตอบกลับเพียงสั้น ๆ ว่า “ข้าไม่รู้”
ทุกคนไม่เข้าใจ แต่เสวี่ยเฉินกลับคิดไปถึงสถานการณ์ของผู้อาวุโสเจียง และพึมพำออกมาเบา ๆ ว่า “ไม่รู้ว่าเขาจะสังหารเจ้าหนุ่มผู้นั้นได้หรือไม่”
แต่เมื่อคิดว่าหากผู้อาวุโสเจียงสังหารลู่เฉินแล้ว อีกฝ่ายจะออกมาฆ่าคนของสำนักแมลงวิญญาณหรือไม่ ดังนั้นเสวี่ยเฉินจึงรู้สึกกังวลใจ
ส่วนเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ด้านนอกนั้นไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อลู่เฉินและคนอื่น ๆ เดินออกมา เหล่าผู้อาวุโสจึงพากันตะโกนร้องขึ้นมา
“เจ้าสำนัก พวกเขาออกมาจากภูเขารากวิญญาณแมลงแล้ว!”
“เจ้าสำนัก ท่านดูนั่น…!”
ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง เจ้าสำนักก็ตะโกนขึ้นมา “ปิดประตูใหญ่ของตำหนักผู้อาวุโส ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าให้พวกเขาเข้ามาได้!”
ปิดประตู?
ทุกคนต่างมองหน้ากัน
เสวี่ยเฉินร้อนใจขึ้นมา “ข้าสั่งให้พวกเจ้าปิดประตู ไม่ได้ยินหรือ!?”
คนเหล่านี้จึงได้แต่ทำตาม พวกเขาปิดประตูใหญ่ของตำหนักผู้อาวุโส แต่เสวี่ยเฉินยังคงไม่วางใจ “เจ้า พวกเจ้า จงคุ้มครองข้าให้ดี หากเจ้าหนุ่มนั่นมาแล้ว พ