นนี้แล้วเจ้ายังต้องการทำร้ายข้าอีกหรือ?” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองเอ่ยยั่วยุ
ลู่เฉินเดินไปด้านหน้า ส่วนตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็ควบคุม ‘เปลือกไข่’ ให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ และพูดอย่างภาคภูมิใจจากที่สูงว่า “มาสิ เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกขั้นหลอมแก่นแท้ตัวเล็ก ๆ หรือคิดว่าจะไล่ตามข้าได้ทัน?”
มันรู้ว่าอีกฝ่ายเคลื่อนไหวเร็วมาก แต่มันเองก็อยู่สูงมากเช่นกัน
ชายหนุ่มยังคงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไร ข้าแค่ต้องเพิ่มอันใดบ้างอย่างอีกเล็กน้อยในอาณาจักรวิญญาณแมลงแห่งนี้ แล้วเจ้าก็จะบินไม่ได้แล้ว”
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองไม่เชื่อ มันพูดอย่างอวดดีว่า “ไม่ว่าเจ้าจะทำอันใด ข้าก็ยังไม่เป็นไร!”
“โอ้? เจ้าแน่ใจหรือ?”
“ไร้สาระ ด้วยเกราะวิญญาณแมลงสีทองนี้ จิตวิญญาณของข้าจะไร้รอยขีดข่วนใด ๆ” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองกล่าวอย่างได้ใจ
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย ไม่สนใจอีกฝ่าย และเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงที่นี่ต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็ค่อย ๆ ค้นพบว่ามีพลังอยู่ในอากาศ และเมื่อมันดันตัวเองลงไป ก็เอ่ยอย่างฉงนใจว่า “เกิดอันใดขึ้น?”
“ข้าจะบีบอัดท้องฟ้าเหนืออาณาจักรวิญญาณแมลงของเจ้า ดังนั้นเจ้าจึงไม่สามารถลอยอยู่บนท้องฟ้าได้” ลู่เฉินมองมันด้วยรอยยิ้ม
“เป็นไปไม่ได้!” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าอย่างไร นี่คือโลกแห่งวิญญาณแมลงของมันเอง ไม่ว่าลู่เฉินจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้
ทว