นมา”
สีหน้าของฟาเทียนและคนอื่น ๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก
ทว่าทันใดนั้น ร่างของลู่เฉินพลันปรากฏขึ้น แมลงปอเลือดและแมลงอมตะจึงตกตะลึง “นี่มัน…เป็นไปได้อย่างไร”
ลู่เฉินไม่สนใจแมลงอมตะ แต่วางมือข้างหนึ่งไว้บนโครงกระดูกตั๊กแตนตำข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโคจร ‘พลังแมลง’ ลงไป โครงกระดูกก็เริ่มปรากฏผนึกสีดำ
ด้วยเหตุนี้ในลมหายใจถัดมา ทุกคนจึงเห็นเส้นแสงสีดำกะพริบบนโครงกระดูกตั๊กแตนตำข้าว
“ตราประทับนี้ น่าสนใจนัก” ชายหนุ่มพบว่ามีแมลงนับไม่ถ้วนอยู่ในตราประทับ และแมลงเหล่านี้ยืนเหมือน ‘ยาม’ ในพื้นที่ของผนึก
เป็นเพราะแมลงเหล่านี้ ทำให้ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองในโครงกระดูกแมลงไม่สามารถหลบหนีได้
เมื่อลู่เฉินเอื้อมมือไปสัมผัสมัน แมลงเหล่านั้นก็ ‘ฟื้นคืนชีพ’ ทีละตัว จากนั้นก็ต้องการที่จะรีบออกจากผนึกเพื่อโจมตีลู่เฉิน แต่ลู่เฉินได้เพิ่มอักขระยันต์บนผนึกอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันออกมา
พวกแมลงเหล่านี้ไม่ยอมรับ จึงเริ่มบ้าคลั่งกันอยู่ในนั้น
ชายหนุ่มสังเกตอย่างละเอียดและพบว่า แมลงเหล่านี้เป็นแมลงประหลาด บางชนิดมีหนวดนับไม่ถ้วน บางชนิดมีปีกหลายคู่ ทั้งยังมีหางหลายหาง แต่ไม่ว่าจะเป็นแมลงชนิดใด พวกมันล้วนมีสีดำและทรงพลังมาก
ทว่าลู่เฉินไม่กลัวพวกมัน และจงใจทิ้งช่องเล็ก ๆ ไว้ในผนึกเพื่อให้แมลงออกมาก่อน ก่อนจะกลืนกินพลังของมัน
ดังนั้นเมื่อแมลงปอเลือดและแมลงอมตะ รวมถึงฟาเทียนเห็นลู่เฉินโยนซากแมลงประหลาดทิ้งไป