อมนุษย์!”
“ดูเหมือนว่าข้าต้องแสดงพลังบ้างแล้ว!”
“ฮึ่ม ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าที่เป็นมนุษย์จะทำอันใดข้าได้” ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองยังคงไม่สนใจลู่เฉิน
ลู่เฉินรู้ว่ามันคงเป็นเรื่องยากที่จะกำจัดด้วยคาถาง่าย ๆ เพราะไม่ว่าอย่างไร วิญญาณแมลงบรรพกาลนี้ไม่ใช่วิญญาณธรรมดา ดังนั้นลู่เฉินจึงวางแผนที่จะเริ่มต้นจากอาณาจักรวิญญาณแมลงแห่งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ซ่อนตัวในภายหลัง
ชายหนุ่มเริ่มเดินไปรอบ ๆ ที่นี่ และวาดอักขระยันต์แปลก ๆ ในบางจุดเป็นครั้งคราว
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองไม่รู้ว่าลู่เฉินกำลังทำอันใด แต่เมื่อเห็นว่าลู่เฉินสร้างปัญหาในโลกของตัวเอง มันย่อมทนไม่ได้และโบกแขนใหญ่ของมันเพื่อโจมตีลู่เฉินอย่างต่อเนื่อง
แต่การโจมตีผ่านร่างกายไปโจมตีจิตวิญญาณของลู่เฉิน แต่ไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ
สิ่งนี้ทำให้ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองสงสัยว่า “มนุษย์ผู้นี้…ฝึกฝนวิธีป้องกันวิญญาณอันใดมางั้นหรือ”
ส่วนลู่เฉิน เขาพูดกับตั๊กแตนตำข้าวแขนทองที่กำลังงุนงงในขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่ว่า “ข้าขอแนะนำว่าอย่าเสียแรงเปล่า”
“นี่คือโลกของข้า ข้าย่อมมีวิธีที่จะจัดการกับเจ้า!” หลังจากที่ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองพูดจบ และสิ่งอื่นก็ปรากฏขึ้น
เหนือศีรษะของลู่เฉินพลันปรากฏกองก้อนหิน
หินเหล่านี้มีพลังวิญญาณ ดังนั้นเขาจึงไม่เก็บมาใส่ใจ และปล่อยให้ก้อนหินเหล่านั้นตกลงมา กระแทกร่างกายของตนเองและกระทบกับวิญญาณของเขาโดยตรง
ผลที่ตามมาก็คือลู่เฉินยังคงสบาย