ามก็ตกตะลึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวีเตาซึ่งเคยเลี้ยงแมลงมาก่อน ดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างขณะจ้องมอง “นี่มัน..ไยจึงมีแมลงเยอะเช่นนี้!”
อีกสองคนก็อยากรู้เช่นกัน ส่วนแมลงอมตะที่อยู่ในความมืดก็หัวเราะทันทีเมื่อเห็นลู่เฉินมาถึงที่นี่ “เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่ได้คิดจะเข้าไปด้านในกระมัง”
ลู่เฉินไม่ตอบ แต่เดินเข้าสู่เกราะสีเลือดนั่นแล้ว
แมลงอมตะหัวเราะ “เจ้าอยากตายจริง ๆ หรือ ถึงกลับกล้ารบกวนเวลานอนของพวกมัน!”
สิ้นเสียงนั้น แมลงที่กำลังนอนหลับก็ลุกขึ้นทีละตัว บางตัวสูงเท่าคน และบางตัวก็ก้าวไปข้างหน้าเป็นกลุ่มเพื่อล้อมรอบลู่เฉินไว้
ฟาเทียนและอีกสามคนมีสีหน้าประหลาดใจ
แมลงอมตะในความมืดพูดติดตลกว่า “เจ้าหนุ่ม แมลงพวกนี้แข็งแกร่งกว่ายุงเกราะโลหิตเสียอีก!”
“แล้วอย่างไร?” ทันทีที่กลิ่นอาย ‘ราชันย์แมลง’ ของลู่เฉินแผ่ซ่านออกมา แมลงเหล่านั้นก็พลันถอยหนีด้วยความหวาดกลัวทันที
สิ่งนี้ทำให้แมลงอมตะก่นด่า “ให้ตายเถอะ เหตุใดแมลงทุกตัวถึงกลัวกลิ่นอายของมัน!”
เมื่อแมลงอมตะกำลังสบถ ลู่เฉินก็เดินผ่านแมลงเหล่านั้นเข้ามาถึงเบื้องหน้าโครงกระดูกโครงนั้นแล้ว
เห็นเพียงโครงกระดูกโครงนี้มองดูแล้วเหมือนตั๊กแตนตำข้าวตัวใหญ่
ตั๊กแตนตำข้าวตัวนี้เหลือเพียงโครงกระดูก ทว่าหากสังเกตดูให้ดีจะรู้สึกได้ว่ามีพลังแมลงวิเศษอยู่บนโครงกระดูกนี้ และเมื่อลู่เฉินกำลังจะสัมผัสมันด้วยฝ่ามือ แมลงอมตะในความมืดก็ยกยิ้มประหลาด “เจ้าหนู ถ้าเจ้ากล้าแต