ข้างหลังลู่เฉิน เงามีดสีทองปรากฏขึ้นในมือทั้งสองข้าง และพุ่งโจมตีมาอย่างแรง
ฉากนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าลู่เฉินต้องตายแน่ ๆ แต่ชายหนุ่มกลับกลายเป็น ‘กระดาษ’ จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พลังของเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่เจ้าทำร้ายข้าไม่ได้”
ผู้คนรอบข้างต่างตกตะลึง และแม้แต่ฟาเทียนเองก็ไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะน่ากลัวได้เช่นนี้
ทว่าสวีเตามองฟาเทียนด้วยสายตาเย็นชา และส่งเงาลำแสงกระบี่ไปด้านข้างของฟาเทียนเพื่อหมายจะสังหาร
ฟาเทียนอยู่ในขั้นแปลงเซียนระดับปลาย ดังนั้นเขตแดนลำแสงสีทองจึงต้านทานพลังส่วนใหญ่ได้ แต่ส่วนเล็ก ๆ ก็ยังทำให้ฟาเทียนกระเด็นขึ้นไปในอากาศและกระแทกกับก้อนหินอย่างแรง
ตู้ม!
ฟาเทียนล้มลง
ซูฮวาอวิ๋นรู้สึกหวาดกลัว และรีบไปช่วยฟาเทียนที่อยู่ท่ามกลางโขดหิน
ฟาเทียนแตะรอยเลือดที่มุมปากของเขาแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไร!”
สวีเตาหัวเราะเยาะลู่เฉินทันที “พ่อหนุ่ม เจ้าซ่อนได้ แต่เขานั้นหลบไม่ได้!”
“เจ้าทำร้ายเขา!” ลู่เฉินพูดอย่างเย็นชา
“แล้วถ้าข้าทำร้ายเขาล่ะ!?” สวีเตาตะคอก
“เอาล่ะ ข้าจะให้เจ้าสัมผัสกับความรู้สึกเจ็บปวดเสียบ้าง” ลู่เฉินกล่าว
สวีเตาพลันหัวเราะเยาะ “ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ”
หานเสี่ยวเฟยถึงกับแซวว่า “พ่อหนุ่ม มดอย่างเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาก่อกวนท่านอาจารย์ของข้า”
“ข้าไม่เพียงแต่ก่อกวนเขา แต่ข้ายังสามารถทำให้เขาหมอบลงได้” สิ้นคำนั้น กระบี่สยบเก้าทิศก็ปรากฏขึ้นใ