นมือของเขา
เมื่อทุกคนเห็นลู่เฉินหยิบกระบี่ออกมา พวกเขาก็หัวเราะลั่น โดยเฉพาะผู้คนจากสำนักแมลงวิญญาณต่างหัวเราะอย่างแปลกประหลาด
“พ่อหนุ่มคนนี้ เขาบ้าไปแล้วหรือ? คิดจะต่อสู้กับผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของเรา?”
หานเสี่ยวเฟยยิ้มแปลก ๆ “ช่างน่าขันนัก!”
ซูฮวาอวิ๋นกลับเป็นกังวลและมองไปที่ฟาเทียน “เขาทำได้หรือ?”
“ไม่ต้องกังวล!” ฟาเทียนพูดอย่างมั่นใจ
ซูฮวาอวิ๋นได้แต่ขมวดคิ้วรอผล
สวีเตาไม่ได้สนใจลู่เฉิน และยังจงใจแกล้งเย้าว่า “มาสิ ให้ข้าดูว่าเจ้ามีความสามารถอันใดบ้างในฐานะผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้!”
ชายหนุ่มเพียงแย้มยิ้ม ปราณกระบี่ในมือของเขามีมากกว่าห้าพันสายแล้ว จากนั้นปราณกระบี่บเหล่านี้ก็ถูกบีบอัดทีละสาย และในที่สุดเหลือเพียงห้าสาย
สวีเตาใช้เกราะป้องกันลำแสงสีทองปกป้องตัวเอง จากนั้นก็เอ่ยอย่างดูหมิ่นว่า “แค่ปราณกระบี่ของเจ้า? ยังคิดจะทำร้ายข้าหรือ?”
ลู่เฉินขบคิดอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นปราณกระบี่ห้าสายก็พลันบินออกไป
ครั้งแรกไม่แตก ครั้งที่สองไม่แตก ครั้งที่สามไม่แตก ครั้งที่สี่แตก และครั้งที่ห้าแตก
ทว่านี่เป็นเพียงการบดขยี้ แต่สวีเตากลับรู้สึกตกใจมาก เขารีบรวบรวมที่เกราะป้องกันอีกครั้ง สายตาจดจ้องไปที่ลู่เฉินเขม็งแล้วพูดว่า “พ่อหนุ่ม เจ้าใช้ศาสตราวุธหรือเปล่า?”
ไม่เพียงสวีเตาเท่านั้น แต่คนอื่น ๆ ก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตามลู่เฉินกลับหัวเราะแปลก ๆ ครั้งนี้เขาเริ่มใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เ