ครั้นชายหนุ่มยื่นมือขวาออกมา ตะขาบสีทองก็ถูกล่ามโซ่ไว้และมันก็กำลังดิ้นรน ในขณะเดียวกันก็ยังส่งเสียงก่นด่า “ไอ้สารเลว ปล่อยแมลงของข้า!”
“ปล่อย? คิดว่าเป็นไปได้หรือ?” ลู่เฉินถามกลับ
“หากเจ้าไม่ปล่อย เทพของข้าจะออกมา มันจะเป็นวันตายของเจ้า!”
“เร็วเข้า มิฉะนั้นอีกเดี๋ยวเจ้าจะไม่ได้เห็นการหายตัวไปของตะขาบเจ้า” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็มองเข้าไปในความมืดและพูดกับกุ่ยเจี๋ยว่า “ไป!”
จากนั้นทุกคนก็เห็นตะขาบสีทองปรากฏขึ้น
เจ้าของตะขาบตะโกนขึ้นว่า “หยุด!”
หยุด? เป็นไปได้หรือ?
นั่นเป็นไปไม่ได้
ลู่เฉินไม่ได้สั่งให้กุ่ยเจี๋ยหยุด แต่กุ่ยเจี๋ยกลับดูดซับอย่างต่อเนื่อง ส่วนซูฮวาอวิ๋นก็ถอนหายใจ “ร้ายกาจเกินไปแล้ว!”
ฟาเทียนไม่คิดว่าลู่เฉินจะน่ากลัวปานนี้
ในขณะที่หานเสี่ยวเฟยนั้นกำลังจะสติแตก แต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะขู่ลู่เฉินว่า “พ่อหนุ่ม ท่านอาจารย์ของข้า กำ…กำลังจะมาแล้ว!”
“มาแล้วก็ดี”
“มาแล้วก็ดี? ถ้าอย่างนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าระดับพลังยุทธ์ของท่านอาจารย์ข้าอยู่ในขั้นใด!?” หานเสี่ยวเฟยตะคอก
“แค่ขั้นแปลงเซียนระดับสมบูรณ์พร้อมเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด” ลู่เฉินกล่าว
“ขั้นแปลงเซียนระดับสมบูรณ์พร้อมยังไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกหรือ เจ้านี่ชอบคุยโวจริง ๆ” หานเสี่ยวเฟยเย้ยหยัน
ผู้คนจากสำนักแมลงวิญญาณคิดว่าลู่เฉินกำลังโม้ ดังนั้นพวกเขาจึงส่งเสียงโห่ใส่ แต่ซูฮวาอวิ๋นกลัวว่ามันจะดึงดูดผู้อาวุโสเหล่านั้นมาจริง ๆ ดัง