ว้ข้างบน ฟาเทียนก็กลับมาเป็นปกติ
ฟาเทียนพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ขอบคุณผู้อาวุโส”
คนของสำนักแมลงวิญญาณตกตะลึง เพราะพวกเขารู้ว่าพิษของตะขาบสีทองนั้นน่ากลัวเพียงใด แต่ตอนนี้มันถูกทำลายแล้ว
มันทำให้ทุกคนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
ส่วนหานเสี่ยวเฟยก็ตกใจเช่นกัน “เป็นไปไม่ได้!”
เสียงภายในตะขาบสีทองก็งงงวยเช่นกัน ทั้งยังถามลู่เฉินด้วยว่า “พ่อหนุ่ม เจ้าทำลายพิษของข้าได้อย่างไร!?”
“เจ้าคิดว่าข้าจำเป็นที่ต้องบอกเจ้าหรือ?” ลู่เฉินถามกลับ
เสียงตะขาบทองพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “พ่อหนุ่ม เจ้าช่างไม่รู้วิธีประจบจริง ๆ!”
“ข้าไม่ต้องการคำชมจากเจ้า” คำพูดของเขาทำให้ตะขาบสีทองแค่นเสียงและบินไปหาลู่เฉินทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฟาเทียนจึงโจมตีออกไปเป็นเงาพระพุทธเจ้าผู้พิทักษ์
แต่เมื่อเงาของพระพุทธเจ้าผู้พิทักษ์ปะทะกับตะขาบสีทอง มันกลับไม่สามารถต้านทานได้ ถึงอย่างไรเสียเงาพระพุทธรูปนี้ก็ค่อย ๆ แตกทีละน้อย และลู่เฉินก็สามารถคว้าฟาเทียนเอาไว้ได้
จากนั้นทุกคนก็เห็นตะขาบสีทองพุ่งเข้าไปในร่างของลู่เฉิน จากนั้นร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีดำทั้งตัว
ผู้คนจากสำนักแมลงวิญญาณคิดว่าลู่เฉินตายแล้ว
หานเสี่ยวเฟยหัวเราะอย่างมีชัย “คราวนี้เขาตายแน่แล้วสินะ?”
ซูอวาอวิ๋นและฟาเทียนตกใจ คิดจะร้องหาลู่เฉิน แต่เมื่อผู้เฒ่ามู่ในความมืดกำลังจะออกมาช่วยลู่เฉิน จู่ ๆ ลู่เฉินก็ยิ้มอย่างแปลกประหลาด และสีดำบนร่างกายของเขาก็พลันหายไป
ไม่เพียงเท่านั้น