อเห็นดังนั้น ซูฮวาอวิ๋นก็ตกใจ “หานเสี่ยวเฟยเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ของสำนักแมลงวิญญาณ”
ลู่เฉินเยือกเย็นมาก เพราะหานเสี่ยวเฟยคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเจ้านายของแมลงสงครามเกราะวิญญาณ
เมื่อลัวต้าโถวเห็นเขาก็บินไปอย่างรวดเร็ว “ศิษยพี่หาน!”
ฟาเทียนหัวเราะเมื่อเห็นหานเสี่ยวเฟย “พบกันอีกแล้ว”
ดวงตาของหานเสี่ยวเฟยกำลังจะลุกเป็นไฟ เขาจ้องมองไปที่ลู่เฉิน
สิ่งนี้ทำให้คนของสำนักแมลงวิญญาณสงสัยว่าเหตุใดหานเสี่ยวเฟยคนนี้ถึงจ้องมองที่ลู่เฉิน
จนกระทั่งหานเสี่ยวเฟยกล่าวว่า “เจ้าหนู เจ้าช่างกล้าหาญนัก คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้ามาที่นี่!”
“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่พิเศษอันใด เหตุใดจะไม่กล้ามา?” ลู่เฉินแกล้งเอ่ยยั่วยุหานเสี่ยวเฟย
หานเสี่ยวเฟยพูดอย่างเย็นชา “ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ความร้ายกาจของข้า”
หลังจากพูดจบ สองมือที่สวมกำไลของหานเสี่ยวเฟยก็ร่ายรำ จากนั้น ‘คลื่น’ ไอเย็นก็พุ่งเข้าหาลู่เฉิน แต่ฟาเทียนก็ทำให้หมอกแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยแสงสีทอง และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า”
หานเสี่ยวเฟยพูดอย่างเย็นชา “เจ้าขี้แพ้ ไปให้พ้น!”
“ครั้งนี้ข้าอาจไม่ใช่คนที่แพ้!” หลังจากที่ฟาเทียนพูดจบ เขาก็พุ่งไปต่อสู้กับหานเสี่ยวเฟย
หานเสี่ยวเฟยนั้น แม้ว่าเขาจะอยู่ในขั้นแปลงเซียนแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าฟาเทียน ดังนั้นทั้งสองจึงโจมตีกันกลางอากาศ และแยกแยะผู้แพ้ชนะได้ยาก
หานเสี่ยวเฟยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแตะกำไลน้ำแข็