ียนที่อยู่ข้าง ๆ สงสัย “เขาไม่แปลกใจ? ไม่กลัวเลยหรือ?”
ไม่เพียงแค่ฮวากูเทียนเท่านั้น แม้แต่ซูฮวาอวิ๋นยังรู้สึกว่าลู่เฉินนั้นไม่ธรรมดา
“ถึงแล้ว!” ฮวากูเทียนพูดขึ้นขณะที่มาถึงหน้าตำหนักลอยน้ำ
เห็นเพียงตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวบนตำหนักที่เขียนว่า ‘หออักษร’
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มองครักษ์ที่เฝ้าประตูอยู่ และเมื่อคนเหล่านั้นเห็นฮวากูเทียน พวกเขาก็กล่าวด้วยความเคารพ “ท่านเจ้าเมือง!”
ฮวากูเทียนขานรับและนำทั้งสามคนเข้าไป
ชั้นที่หนึ่ง มีชั้นหนังสืออยู่ทุกหนทุกแห่ง และมีศิษย์มากมายอยู่ข้างใน
แต่ในขณะนี้ ทุกคนมองไปที่ประตูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะเจ้าเมืองปรากฏตัวพร้อมกับนำคนแปลกหน้าสองคนมาด้วย ดังนั้นทุกคนจึงสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของพวกเขา
จนกระทั่งมีคนบอกข่าวเกี่ยวกับการต่อสู้ของลู่เฉินและปีศาจหิน ทุกคนจึงเข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้น
ดังนั้นทุกคนจึงรวมตัวกันอย่างช้า ๆ ส่วนฮวากูเทียนก็พาลู่เฉินและฟาเทียนขึ้นไปที่ชั้นสอง ส่วนซูฮวาอวิ๋นยืนขวางบันไดชั้นหนึ่งไว้ พลางมองไปที่ทุกคน “พอแล้ว มีสิ่งใดก็จงไปทำเสีย”
ทุกคนจึงทำได้เพียงถอยไป
เมื่อขึ้นไปยังชั้นสองก็พบว่ามีค่ายกลที่นี่ ซึ่งฮวากูเทียนสามารถเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นจะเห็นได้ว่าชั้นสองมีเงาคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และคนเหล่านี้เป็นผู้อาวุโสของเมืองฮวาเทียน
เมื่อคนเหล่านี้เห็นคนแปลกหน้าสองคนซึ่งก็คือลู่เฉินและฟาเทียน พวกเขาต่างก็งุนงง และบางคนถึงกับเอ่