พยักหน้า “ใช่!”
คนหล่านั้นต่างก็หัวเราะขึ้นมา และผู้นำใบหน้าขาวผู้นั้นกล่าวด้วยท่าทางสุภาพว่า “ข้าน้อยซูฮวาอวิ๋น เป็นศิษย์ของฮวาเทียนเฉิงแห่งตำหนักหนักฮวาเทียน”
ลู่เฉินไม่รู้จักตำหนักฮวาเทียน และยิ่งไม่รู้จักซูฮวาอวิ๋นผู้นี้ “ข้ากำลังยุ่งมาก”
“เจ้าเมืองของข้าบอกแล้ว เพียงแค่พวกท่านไปเยือนสักครั้ง หลังจากนี้ในป่าอาทิตย์อัสดง ไม่ว่าพวกท่านต้องการสิ่งใด อยากรู้เรื่องใด หรือต้องการให้พวกเราช่วยเรื่องใด พวกเราจะช่วยอย่างเต็มที่!”
ลู่เฉินจึงสงสัย “อยากรู้เรื่องใดก็ได้อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ ได้ทุกเรื่อง!” ซูฮวาอวิ๋นตอบด้วยความมั่นใจ
ลู่เฉินคิดแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นมา “ไม่ทราบว่า เจ้าเมืองของพวกเจ้าตามหาข้านั้นมีเรื่องอันใด?”
“เจ้าเมืองของเราบอกว่า หากท่านไปแล้วก็จะทราบเอง” ซูฮวาอวิ๋นยิ้ม
ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ “หรือคนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณลงมือแล้วหรือ?”
“ท่านวางใจเถิด เจ้าเมืองของเราไม่ทำร้ายท่านแน่นอน หากท่านไม่เชื่อ ท่านลองไปสอบถามดูได้ ท่านเจ้าเมืองของเรานั้นขึ้นชื่อเรื่องเป็นผู้มีจิตใจดีในป่าอาทิตย์อัสดงนี้” เมื่อซูฮวาอวิ๋นเห็นว่าลู่เฉินยังกังวลใจ จึงรีบอธิบายขึ้นมาทันที
ฟาเทียนมองไปยังลู่เฉินแล้วกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ฮวาเทียนเฉิงนับว่าไม่มีเรื่องเลวร้ายจริง ๆ และก่อนหน้าที่ข้าจะหนีออกมาจากสำนักแมลงวิญญาณนั้น เป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนของฮวาเทียนเฉิง จึงหนีออกไปจากที่นี่ได้”
ลู่เฉินมองไ