าเหตุใดจึงฆ่าคนได้อย่างไร้ร่องรอย!”
….
ฟาเทียนเองก็ตกใจเช่นกัน แต่ลู่เฉินไม่คาดคิดว่าถูฉีผู้นี้จะฝึกคาถาบางอย่างที่สามารถยับยั้งภูตผีได้ เขาหัวเราะพลางเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะค้นพบมัน”
“แน่นอน ข้าได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาวิญญาณมามากมาย และหนึ่งในนั้นเรียกว่าเคล็ดวิชาวิญญาณทองคำ ซึ่งสามารถเสกเกราะป้องกันทองคำขึ้นมากักร่างวิญญาณได้!” ถูฉีกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
คนที่อยู่ข้าง ๆ พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ศิษย์พี่ถู ท่านสุดยอดไปเลย”
ผู้คนในสำนักพยัคฆ์สวรรค์ต่างก็พากันประจบ
ฟาเทียนเริ่มกังวลเล็กน้อย แต่ถูฉีจ้องมองลู่เฉินเขม็ง “เป็นอย่างไรบ้าง? ยามนี้เจ้าตอบคำถามของข้าได้แล้วสินะ!”
“เจ้าคงไม่คิดว่าเจ้าจะขังเขาไว้ได้จริง ๆ หรอกนะ?”
“ไร้สาระ เกราะป้องกันวิญญาณทองคำของข้ากักผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดและวิญญาณภูตอันใดพวกนั้นได้อย่างไม่มีปัญหา” ถูฉีผู้นั้นกล่าวอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินหยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา และทุกคนก็สงสัยว่าชายหนุ่มนำกู่ฉินออกมาทำอันใด
ถูฉียิ่งสับสน “เจ้าหนุ่ม เจ้าจะทำอันใด?”
“เจ้าฝึกเคล็ดวิชาวิญญาณจริง ๆ แล้วเจ้ารู้จักเคล็ดวิชาวิญญาณที่สามารถทำให้ภูตผีพวกนั้นแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่!” ลู่เฉินแสยะยิ้มชั่วร้าย
ถูฉีหัวเราะเมื่อได้ยินสิ่งนี้ “แน่นอน แต่เงื่อนไขแรกคือวิญญาณของเจ้าต้องแข็งแกร่งกว่า อาศัยเจ้าตอนนี้? เป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น เจ้าจะทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร?”
ทว่าผู้ใดจะรู