้ว่าในจังหวะที่ลู่เฉินบรรเลงกู่ฉินนั้น ลำแสงโลหิตที่เปล่งแสงสว่างวาบก็ออกมาจากร่างของกุ่ยเจี๋ย จากนั้นเงาร่างของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้น ทำลายเกราะป้องกันวิญญาณทองคำที่ปกคลุมไว้จนแตกละเอียดและพุ่งเข้าหาถูฉี
ถูฉีตกใจจนปล่อยเกราะป้องกันลำแสงสีทองมาห่อหุ้มตนเองไว้เพื่อต้านทานกุ่ยเจี๋ย
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก “เจ้าต้านทานได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนพวกนั้นก็วิ่งหนีด้วยความตกใจ แต่ผู้นำกลุ่มที่อยู่ใกล้ลู่เฉินมากที่สุดถูกกุ่ยเจี๋ยพุ่งเข้าใส่ร่าง ทำให้ชายคนนั้นกรีดร้องขอความช่วยเหลือทันที “ศิษย์พี่ถู ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย! ”
ถูฉีรีบหยิบเม็ดยาเปล่งแสงสีทองออกมาและยัดเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่าย ส่วนกุ่ยเจี๋ยก็กรีดร้องแล้วออกมาจากร่างกายของบุคคลนั้น และกลับไปอยู่ข้างกายของลู่เฉิน
เพราะกุ่ยเจี๋ยผู้นี้เร้นกายอยู่ ฟาเทียนจึงไม่อาจมองเห็นได้ แต่เขาสัมผัสได้ว่าสิ่งนี้อยู่ข้าง ๆ เขา เขาจึงมองไปรอบ ๆ
ส่วนผู้นำกลุ่มก็ฉี่ราดด้วยความตกใจ “ศิษย์พี่ถู ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!”
“หากมีเม็ดยานั้น ผู้ชายคนนี้จะไม่สามารถเข้าร่างของเจ้าได้ชั่วขณะหนึ่ง” ถูฉีปลอบใจ
“ขอบพระคุณศิษย์พี่ถู” ชายคนนั้นตื่นเต้นมาก
“ยืนห่าง ๆ ข้าจะจัดการเจ้านี่” ถูฉีจับชายคนนั้นแล้วโยนไปข้าง ๆ ขณะที่ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าคิดว่าเขาจะไม่เป็นไรหลังจากกินเม็ดยานั้นไปหรือ?”
“แน่นอน!” ถูฉีดูมั่นใจ
คนคนนั้นถึงกั