้โจมตีออกไปรอบด้าน จากนั้นมันก็ปกคลุมเงาร่างคนสีทองนั่นไว้
เงาร่างคนสีทองนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอีกร่างหนึ่งของชายชราตีเหล็กที่หลอมไว้ เพียงแต่เงาร่างคนสีทองนี้เป็นเพียงขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อม
เมื่ออวี่ม่อมองเห็นอีกฝ่ายก็พลันตกตะลึงขึ้นมา “ชายชราตีเหล็ก?”
เพราะร่างเดิมของชายชราตีเหล็กนั้นถูกระเบิดในจวนตระกูลลู่ ดังนั้นอีกร่างหนึ่งจึงไม่สามารถหลอมเป็นคนที่สมบูรณ์ได้ ด้วยเหตุนี้ การสะท้อนกลับเมื่อครู่จึงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บและมีเลือดไหลออกมา
แต่เพื่อรักษาชีวิตไว้ ชายชราเหล็กผู้นี้ก็ตะโกนไปหาอวี่ม่อ “เถ้าแก่เนี้ย เห็นแก่ที่ข้าซื้อสุราของท่าน ท่านรีบหยุดเขาเถิด!”
หลังจากอวี่ม่อชะงักไปครู่หนึ่งจึงมองไปยังลู่เฉิน “พวกเจ้ามีความขุ่นเคืองกันหรือ?”
“ไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินหรือไม่ เรื่องที่ข้าเคยถูกชิงรากวิญญาณไปจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์?” ลู่เฉินมองอวี่ม่อด้วยรอยยิ้ม
อวี่ม่อจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “เรื่องนี้เกี่ยวกับเขาอย่างไรหรือ?”
“เขาคือพันธมิตรชิงรากวิญญาณ” ลู่เฉินเอ่ยอย่างมีเลศนัย
“ว่าอย่างไรนะ?” อวี่ม่อเบิกตากว้าง ไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แต่ชายชราตีเหล็กไม่ยอมรับ “ท่านอย่าไปฟังเขาอย่างเด็ดขาด เขาคือคนลวงโลก!”
ชายหนุ่มใช้เคล็ดวิชาเถาวัลย์พันรัดชายชราตีเหล็กผู้นั้นไว้ และแทงด้วยหนามพิษ ผสมกับไอสุราของอวี่ม่อ ทำให้ชายชราตีเหล็กไม่สามารถขยับได้ เขาจึงพูดออกมาด้วยความหวาดกล