าย ๆ
ชายร่างทองคิดว่าชายหนุ่มจะไม่สามารถโค่นเขาลงได้ ดังนั้นเขาจึงเชิดหน้าอย่างโอหัง “มาเลย ให้ข้าดูว่าเจ้าที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้จะมีฝีมืออย่างไร!”
ลู่เฉินเพียงยิ้ม ทว่ามือกลับดึงกระบี่สยบเก้าทิศออกมา
เมื่อเห็นกระบี่นี้ ชายร่างทองก็พลันพูดว่า “อันใดกัน? อยากพึ่งพากระบี่หรือ?”
ลู่เฉินไม่ได้เอ่ยตอบ แต่เริ่มรวบรวมปราณกระบี่ทันที และขณะเดียวกันก็หยิบไข่มุกรวบรวมวิญญาณออกมา จากนั้นก็กลืนกินเม็ดยาเข้าไป ทำให้ปราณกระบี่มีพลังเพิ่มขึ้นมากกว่าหมื่นสาย ก่อนมันจะถูกบรรจุไว้อย่างหนาแน่น ทำให้ดูแปลกตายิ่งนัก
ทว่าชายร่างทองกลับชี้ไปยังเกราะป้องกันของตน “ข้าจะบอกเจ้าให้ เกราะป้องกันของข้าสามารถต้านทานได้แม้กระทั่งยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน!”
เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วลู่เฉินก็เกิดความสงสัย นั่นคือคู่ต่อสู้นั้นแข็งแกร่งมาก ดังนั้นเหตุใดครานั้นจึงต้องใช้อู่เหยียนมาจัดการกับตน
ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามในขณะที่กำลังบีบอัดปราณกระกระบี่ “ก่อนที่ข้าจะลงมือนั้น ข้ามีคำถาม”
“คำถาม?” ชายร่างทองเผยรอยยิ้มประหลาด
“ใช่”
“ลองพูดมาให้ข้าฟัง ว่าเจ้าอยากถามอันใด?” ชายร่างทองถามด้วยรอยยิ้ม
“ด้วยความสามารถของเจ้า เมื่อเจ้าอยู่ที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เจ้าสามารถชิงรากวิญญาณของข้าไปและสังหารข้าได้ เหตุใดจึงปล่อยให้อู่เหยียนจัดการข้าและปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่”
ชายร่างทองเย้ยหยัน “ข้าจะบอกความลับนี้แก่เพื่ออันใด?”
“บางทีหลังจากที่เจ้าลิ