ใช่แล้ว พวกเขาจะมาในไม่ช้า และเมื่อพวกเขามาถึง นั่นก็จะเป็นคราตายของเจ้า!”
ลู่เฉินเก็บคันธนู จากนั้นก็หยิบกระบี่สยบเก้าทิศออกมาแล้วพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นข้าก็จะรอพวกเขา!”
ราชันย์แมลงลมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถือกระบี่เพื่อทำสิ่งใด แต่ในเวลานี้เอง ตู๋มู่ซา ถูอิ่นซา หลิงหั่วซา และหลิงสุ่ยซาก็ปรากฏตัวขึ้นทีละคน
“พวกเจ้านี่เอง…” เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ลู่เฉินก็ยิ้มรับ
หลังจากเห็นทุกคนมาที่นี่แล้ว ราชันย์แมลงลมก็พูดอย่างมั่นใจทันทีว่า “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้าอยู่เพียงลำพัง ส่วนพวกเรามีห้าคน!”
“ก็แค่พวกขี้แพ้ มีคนเยอะแล้วมีประโยชน์อันใด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งห้าคนก็โกรธจัดพร้อมกับก่นด่าสาปแช่ง จากนั้นคนทั้งห้าก็แบ่งหน้าที่และร่วมมือกัน
ราชันย์แมลงลมก่อตัวเป็นลมและล้อมรอบไว้ทุกหนทุกแห่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลู่เฉินหลบหนี ส่วนถูอิ่นซาก็สร้างกำแพงขึ้นเพื่อให้มีห้องลับใหม่เกิดขึ้นรอบ ๆ เห็นได้ชัดว่าเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้เคล็ดวิชาการเคลื่อนย้าย
ส่วนมู่ตู๋ซา หลิงหั่วซา และหลิงสุ่ยซามีหน้าที่รับผิดชอบในการล้อมโจมตีลู่เฉิน
“อันใดเล่า จากห้าคนเปลี่ยนเป็นสามคนเองหรือ?” ชายหนุ่มหัวเราะหลังจากเห็นราชันย์แมลงลมและถูอิ่นซากำลังยุ่งกับสิ่งอื่นอยู่
มู่ตู๋ซาตะคอก “เราสามคนก็เพียงพอที่จะทำลายเจ้าแล้ว!”
“นอกจากนี้ ข้ายังลอบโจมตีตอนว่าง ๆ ได้อีกด้วย” หลังจากถูอิ่นซาพูดจบ ก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วนก็พลันมารวมตัวกันรอบตัวเ