์สิทธิ์ทั้งสองแห่งนี้อยากจะหายไปงั้นรึ?”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเช่นนั้นของเขา ทุกคนต่างก็ตกใจ ไม่ต้องเอ่ยถึงองค์จักรพรรดิ แม้แต่ผู้อาวุโสจากราชวงศ์ก็ไม่กล้าพูดเช่นนี้ ทว่าคนผู้นี้กลับพูดออกมา ทั้งยังพูดอย่างตามอำเภอใจอีกด้วย
ลู่เฉินไม่สนใจอาการตกตะลึงของทุกคน แต่มองไปที่องค์จักรพรรดิ “พระองค์ส่งพระราชสาส์นถึงแดนศักดิ์สิทธิ์สยบมารแทนกระหม่อมด้วย”
“ส่งพระราชสาส์น?” องค์จักรพรรดิสงสัย
“กล่าวว่า หากคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์สยบมารกล้าสร้างปัญหาในแดนทักษิณา ข้าจะไปเยือนที่แดนศักดิ์สิทธิ์สยบมารแน่นอน” คำพูดของเขาทำให้องค์จักรพรรดิตกตะลึง “หมอเทวดาลู่”
ในขณะที่หนานเหยาเอ่ยชื่นชม “อาจารย์ ท่านสุดยอดเหลือเกิน!”
“ประจบสอพลอให้น้อย ๆ หน่อย!” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็ขอตัวจากไป เหลือเพียงองค์จักรพรรดิ เซวียจิน และเฮยเย่า
“ฝ่าบาท จะส่งพระราชสาส์นหรือไม่?” เฮยเย่าอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง องค์จักรพรรดิก็ตรัสว่า “ส่งไป ส่งสิ่งที่หมอเทวดาลู่พูดเมื่อครู่นี้ไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์สยบมาร”
เมื่อเฮยเย่ารับคำก็ออกจากที่นั่น ส่วนเซวียจินนั้นพลันเคร่งขรึมขึ้นมา “ฝ่าบาท แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?”
“เจ้าไปร่างพระราชโองการ หากแดนศักดิ์สิทธิ์สยบมารกล้ารบกวนราชวงศ์หนานโยว ถือว่าฝ่าฝืนกฎของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม และจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา” องค์จักรพรรดิตรัสหลังจากคิดเรื่องนี้
เซวียจินรับคำสั่งและจาก