รายงานในทันที
เมื่อข่าวนี้ดังไปถึงพระสนมอู่ นางก็ครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยออกมา “หรือว่าจะให้เจ้าหนุ่มผู้นั้นชนะเสียแล้ว!”
องค์ชายเจ็ดขมวดคิ้วมุ่น “ท่านแม่ เสด็จพ่อโหดเหี้ยมเกินไปหรือไม่?”
พระสนมอู่นั้นคาดหวังให้พระสนมซูถูกจัดการ แต่ไม่คิดว่าการจัดการจะร้ายแรงเพียงนี้ และเฮยเม่ยที่มารายงานสถานการณ์ทั้งหมดก็พูดขึ้นว่า “ตอนนี้ พวกเราควรทำเช่นไร?”
“รอก่อน รอให้มือสังหารทั้งเจ็ดที่เหลือปรากฏตัวเสียก่อน” พระสนมอู่พูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาต
เฮยเม่ยจึงทำได้เพียงขอตัวออกมา
ส่วนองค์ชายเจ็ดยังคงผรุสวาจาต่อไป
…
ลู่เฉินยังอยู่ที่คฤหาสน์หนานลัวต่อไป และเมื่อเวลาผ่านไปสองวันก็ยังคงไม่เกิดการเคลื่อนไหวใด ๆ แต่หลังจากสองวันผ่านไปนั้น เฮยเย่าก็ปรากฏตัวขึ้น อีกฝ่ายมองมายังลู่เฉินที่อยู่ภายในค่ายกลและกล่าวด้วยความเคารพ “ท่านหมอเทวดาลู่ องค์จักรพรรดิรับสั่งว่า คนที่ท่านต้องการพร้อมแล้ว เชิญให้ท่านไปตรวจสอบดู”
“ได้!” วันที่เขารอคอยได้มาถึงแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินออกมาจากค่ายกล ส่วนหนานเหยาและหนานลัวก็รีบตามไปทันที พวกเขานั่งรถม้าตรงไปยังพระราชวัง
ขณะที่กำลังเดินทาง หนานเหยาก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา “อาจารย์ ท่านต้องการพบคนพวกนั้นทำไมกัน?”
“มีประโยชน์บางอย่าง” ลู่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่หนานเหยามีสีหน้างุนงง จนในที่สุดหนานลัวต้องเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ท่านคิดจะรับศิษย์ใหม่หรือ?”
“ไม่ใช่!” พูดจบ เขาก็ไม่ได