้พูดอันใดต่ออีก
ทุกคนจึงทำได้เพียงมองไปยังพระราชวังอย่างเงียบ ๆ แต่เฮยเม่ยที่อยู่ภายในพระราชวังได้นำเรื่องการเดินทางมาของลู่เฉินรายงานต่อพระสนมอู่แล้ว
เมื่อพระสนมอู่ได้ยินเช่นนั้นจึงมีสีหน้าสงสัย “เจ้าจะบอกว่า องค์จักรพรรดิต้องการพบเจ้าหนุ่มนั่น?”
“เจ้าค่ะ และข้ายังได้ยินมาว่า ช่วงนี้องค์จักรพรรดิกำลังตามหาคนกลุ่มหนึ่ง และคนกลุ่มนี้ตอนนี้ก็อยู่ในพระราชวังเช่นกัน” เฮยเม่ยรายงาน
พระสนมอู่มีท่าทางจริงจังขึ้นมา “หาคนกลุ่มหนึ่งไปทำสิ่งใดกัน?”
“ไม่อาจทราบได้!”
“ไป ไปสืบมาให้ข้า!” พระสนมอู่รู้สึกราวกับว่าต้องมีเรื่องบางอย่าง
เฮยเม่ยขานรับ ก่อนจะเดินไปยังลานด้านข้างภายในพระราชวัง จากนั้นก็จ้องมองไปยังกลุ่มคนที่ยืนอยู่ในบริเวณนั้น
ยามนี้องค์จักรพรรดินั่งลงบนบัลลังก์ โดยมีเซวียจินนั่งเฝ้าอยู่ด้านข้าง
“องค์จักรพรรดิ พระองค์คิดว่าหมอเทวดาลู่ผู้นั้นต้องการคนเหล่านี้ไปเพื่อทำสิ่งใดหรือ?” เซวียจินไม่ค่อยเข้าใจนัก ส่วนองค์จักรพรรดิก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน จึงได้แต่ตอบกลับมาว่า “รอดูก่อนเถิด!”
เซวียจินจึงทำได้เพียงแค่รอ
ครั้นเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น
เมื่อองค์จักรพรรดิมองเห็นหมอลู่ พระองค์ก็ผุดลุกขึ้นทันที และยังเริ่มเป็นฝ่ายออกตัวกล่าวขอโทษ “ไม่กี่วันมานี้ต้องทำให้หมอเทวดาลู่วุ่นวายเสียแล้ว!”
ผู้คนที่ถูกเรียกมานั้นต่างก็แปลกใจว่าลู่เฉินคือผู้ใด เหตุใดองค์จักรพรรดิจึงรู้สึ