น่ากลัวมาก”
เฮยเย่าและเซวียจินมองหน้ากันแล้วนิ่งไป ส่วนองค์จักรพรรดิก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตรัสว่า “เฮยเย่า เจ้าจงกลับไปปกป้องจวนหนานลัวอย่างลับ ๆ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ครั้นเฮยเย่าจากไป องค์จักรพรรดิก็มองไปที่เซวียจินอีกครั้ง “เจ้าพบคนพวกนั้นหรือยัง?”
“มีข่าวบางอย่าง แต่กว่าที่พวกเขาจะมาถึงพระราชวังต้องใช้เวลาอีกสองสามวันพ่ะย่ะค่ะ” เซวียจินรายงาน และองค์จักรพรรดิก็ตรัสว่า “เร็วเข้า ทางที่ดีที่สุดต้องเรียกทุกคนมา และส่งมอบให้เขาภายในไม่กี่วันนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ” เซวียจินส่งเสียงตอบรับแล้วจากไป ส่วนองค์จักรพรรดิก็ตรัสอย่างซาบซึ้งว่า “มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ”
…
ทว่าหลังจากได้ยินรายงานของเฮยเม่ยแล้ว พระสนมอู่ที่อยู่ในวังก็โกรธจัดจนขว้างโต๊ะน้ำชา ก่อนจะเอ่ยสาปแช่งว่า “เจ้าพวกนี้หยิ่งผยองเกินไปแล้ว!”
“โทษพวกเขาไม่ได้ ถึงอย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าเจ้าหนุ่มนั้นจะสร้างค่ายกล ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมแปลก ๆ มากมาย” เฮยเม่ยอธิบาย และพระสนมอู่ก็ไม่อยากได้ยินเรื่องนี้ ได้แต่ถามกลับว่า “ต่อไป แผนของพวกเขาคืออันใด?”
“พวกเขาอีกสามคนยังไม่ว่าง แต่ส่งคนที่สามไปแล้ว ว่ากันว่าท่าทางไม่ธรรมดา”
“เหตุใดคนเหล่านี้ถึงไม่อยู่ด้วยกัน? หรือว่าไม่กลัวเจ้าหนุ่มนั่นจะกำจัดพวกเขา?” พระสนมอู่พูดด้วยความโกรธ แต่เฮยเม่ยคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “น่าจะไม่ถึงขนาดนั้นกระมัง”
“ไม่มีอันใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้าหนุ่มคนนี้” พระสนมอ