ด” พระสนมอู่อารมณ์เสียเล็กน้อย แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันของนาง หากนางมีสหายเพิ่มอีกหนึ่งคน ก็คงดีกว่ามีศัตรูเพิ่มอีกหนึ่งคน คิดได้ดังนั้นนางจึงเปิดประตู
ร่างหนึ่งกระโจนออกจากเกี้ยวและพุ่งเข้ามาในเรือนทันที
พระสนมอู่ขมวดคิ้ว “เจ้าเข้ามาอย่างนี้หรือ?”
“ไม่มีทางเลือก ข้าไม่ชอบแสงสว่าง ไม่ชอบเลยสักนิด” พระสนมซูหัวเราะ ขณะที่พระสนมอู่พูดอย่างเคร่งขรึม “บอกข้ามา คืนนี้เจ้าคิดจะทำอันใด?”
“ข้าอยากรู้ว่าใครคือคนที่ขุดหลุมองค์ชายของข้า และทำให้เขาถูกประกาศจับ”
“จะเป็นใครได้อีกล่ะ? แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” พระสนมอู่โกรธเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ในขณะที่พระสนมซูยิ้ม “บอกข้าทีว่าเขามีต้นกำเนิดอย่างไร? เหตุใดถึงทำให้แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดวุ่นวาย?”
“เจ้ารู้แล้วยังจะถามข้าอีก?” พระสนมอู่ไม่รู้ว่าสตรีคนนี้มาหัวเราะเยาะตนหรือมาเสียเวลาเล่น ๆ กันแน่
“ข้าเพิ่งได้ยินว่าเขาสร้างความวุ่นวายให้กับแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด แต่ข้าไม่รู้อันใดเลยเกี่ยวกับภูมิหลังของเขา ดังนั้นข้าจึงมาถามเจ้าเพื่อดูว่าเราจะสามารถปรึกษาและจัดการเขาด้วยกันได้หรือไม่” พระสนมซูพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พระสนมอู่ก็ฟื้นคืนสติ “เจ้ามีวิธีจัดการกับเขาหรือ?”
“อันใดนะ? ข้านึกว่าพวกเจ้าเพิ่งส่งเจ็ดมือสังหารแห่งแดนทักษิณาที่แข็งแกร่งไปเสียอีก?” พระสนมซูหัวเราะเยาะ ส่วนพระสนมอู่ได้ยินสิ่งนี้ก็ฉีกยิ้ม “อันใด? หรือว่าพระสน