ามเกราะดำและไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร”
“เช่นนี้แล้ว เขาคือเฮยเย่า หัวหน้าทหารยามเกราะดำจริงหรือ?”
หลายคนพยักหน้า แต่หนานเหยามองไปที่หนานลัวอย่างอยากรู้อยากเห็น “จริงหรือ?”
“เรื่องนี้ข้าไม่รู้ แต่ดูสถานการณ์แล้ว คงจะเป็นเขาจริง ๆ” หนานลัวลังเล ขณะที่หลิงหั่วซายกยิ้ม “ข้าได้ยินมาว่าเฮยเย่า หัวหน้าทหารยามเกราะดำมีวิชากระบี่ศิลาอันทรงพลัง วันนี้ข้าอยากขอคำชี้แนะเสียหน่อย!”
กระบี่ในมือของเฮยเย่าสะบัดไป จากนั้นผงศิลาจำนวนนับไม่ถ้วนก็รวมตัวกันเพื่อสร้างเกราะป้องกัน
“น่าสนใจ!” หลิงหั่วซาหัวเราะลั่น จากนั้น ‘วิหคเพลิง’ ที่ลอยอยู่รอบ ๆ ก็พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทีละตัว ทุกคนเบิกตากว้าง กลัวว่าพวกเขาจะพลาดฉากสำคัญไป
เมื่อ ‘วิหคเพลิง’ เหล่านั้นสัมผัสผงศิลาก็พลันมีเสียงดังขึ้นติด ๆ กัน ‘บึ้ม บึ้ม บึ้ม!’
หลังจากนั้น กระแสวายุหลายระลอกก็แผ่กำจายไปรอบ ๆ ทำให้สวนดอกไม้ด้านข้างอยู่ในสภาพที่พังยับเยิน พืชพรรณานานาชนิด ๆ ต่างร่วงโรยไป
ไม่เพียงเท่านั้น บางคนที่ยืนอยู่ข้างนอกก็รู้สึกเหมือนถูกแรงผลักมหาศาลและถอยออกไปตาม ๆ กัน
“ช่างทรงพลังเสียนี่กระไร!” ฝูงชนเบิกตากว้าง ในขณะที่คนอื่น ๆ พยายามหยัดกายให้มั่นคงอย่างรวดเร็ว “จะทรงพลังเกินไปแล้ว!”
“สองคนนี้เป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนทั้งคู่!”
หลิงหั่วซามองไปที่เฮยเย่าด้วยรอยยิ้ม “น่าสนใจ แต่คนด้านข้างข้ามีวิธีจัดการกับเกราะป้องกันธาตุดินของเจ้าหลายวิธีเชียวล่ะ!”
หลังจ