ิทธ์เมฆาสงัดมีความ ‘คึกคัก’ เป็นอย่างมาก ลู่เฉินไม่สนใจพวกเขา แต่มองไปยังกู่ฉินเพลิงโบราณ “ศาตราวุธวิญญาณของเจ้า แท้จริงแล้วอยู่ที่ใดกัน?”
ลู่เฉินมาที่นี่อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่เขาได้ไปในหลาย ๆ สถานที่ แม้แต่หอคอยเมฆาสงัดยังมีโอกาสได้ไปเพียงครั้งหนึ่ง แต่ยังหาศาสตราวุธวิญญาณนั้นไม่พบ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกกังวลใจเล็กน้อยว่าศาสตราวุธวิญญาณนี้จะถูกทำลายไปแล้วหรือไม่
แต่ไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบเขาได้ แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดมากฝีมือพวกนั้น ก็ไม่รู้ถึงศาตราวุธวิญญาณนี้ แต่พวกเขาบอกลู่เฉินเรื่องสถานที่ที่พวกเขารู้ทั้งหมด ดังนั้นลู่เฉินจึงแทบพลิกแดนศักดิ์สิทธิ์นี้แต่ก็ยังหาศาสตราวุธนั้นไม่พบ
เขาทอดถอนใจออกมา “ดูเหมือนว่า จะทำได้เพียงออกไปมือเปล่าเสียแล้ว”
จากนั้นชายหนุ่มก็ปล่อยหนานเหยาออกมา และเดินทางกลับไปยังแดนทักษิณาด้วยกัน
…
เฮยเม่ยกลับไปถึงแดนทักษิณาเป็นคนแรก และได้พบกับพระสนม
เมื่อพระสนมอู่เห็นเฮยเม่ยกลับมานั้น ก็คิดว่าอีกฝ่ายได้จัดการลู่เฉินเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นพระสนมอู่จึงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น “เป็นเช่นไร? เจ้าหนุ่มผู้นั้นถูกจับแล้วใช่หรือไม่?”
เฮยเม่ยมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เขา…”
“เขาอันใดกัน?” พระสนมอู่พูดด้วยความกังใจ ส่วนองค์ชายเจ็ดพูดเร่งเร้าขึ้นมาเช่นกันว่า “รีบพูดมาเสีย!”
เฮยเม่ยจึงตอบกลับด้วยความลำบากใจ “เขาทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดแล้ว!”
“ทำลายแล้ว? หมายความเช่นไร!?” พระ