แต่กระดิ่งไม่ย้อนกลับมาหาเขา ในขณะที่ลู่เฉินหยิบมันขึ้นมาเก็บไว้
ผู้เฒ่าซากศพตกใจ “เจ้าหนุ่ม เจ้าทำอันใดกับกระดิ่งของข้า?”
“เจ้าอยากรู้ไม่ใช่หรือว่าข้าควบคุมกู่ฉินได้อย่างไร? ตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง?” ลู่เฉินคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่สีหน้าของผู้เฒ่าซากศพพลันเปลี่ยนไป “เจ้าควบคุมสมบัติวิญญาณของผู้อื่นได้งั้นหรือ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ผู้เฒ่าซากศพกัดฟันด้วยความโกรธ “หลังจากผ่านภูเขาทั้งแปด ข้าจะทำให้ชีวิตเจ้าอยู่ไม่สู้ตาย!”
หลังจากพูดจบ เงาร่างของอีกฝ่ายก็หายไป ส่วนผู้คนในแดนศักดิ์สิทธิ์บนภูเขาทั้งแปดก็ตกตะลึง ในขณะที่เฮยเม่ยที่อยู่บน ‘หอสังเกตการณ์’ มีสีหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียด “แม้แต่สมบัติวิญญาณของผู้เฒ่าซากศพ เขาก็ควบคุมมันได้อย่างง่ายดาย!”
แม้ว่าหนานกงมู่จะรู้ว่าลู่เฉินสามารถควบคุมสมบัติวิญญาณของผู้อื่นได้ แต่นางเคยคิดว่าเป็นเพียงผู้ที่มีพื้นฐานการฝึกฝนที่อ่อนแอเท่านั้น ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่านางคิดผิดไป ด้วยเหตุนี้ใบหน้าของนางจึงดูย่ำแย่ยิ่งนัก “ดูเหมือนว่าจะใช้สมบัติวิญญาณจัดการกับชายผู้นี้ไม่ได้!”
เฮยเม่ยขมวดคิ้ว “ใช้ค่ายกลไม่ได้ พิษก็ไม่ได้ สมบัติวิญญาณก็ยังไม่ได้อีก แล้วจะใช้อันใดได้เล่า?”
หนานกงมู่ตกตะลึงไปกับคำพูดเหล่านี้จนไม่รู้ว่าจะเอ่ยตอบอย่างไร
ส่วนศพแปดหน้ากลางอากาศ เนื่องจากการควบคุมของผู้เฒ่าซากศพ และผลกระทบจากกู่ฉินของลู่เฉิน ทำให้ศพแปดหน้าถ