านั้นก็รู้สึกเกรงใจเขามากเช่นกัน
หนานเหยามีสีหน้าประหลาดใจ “อาจารย์ หากข้าทายไม่ผิด คนผู้นี้น่าจะเป็นรากวิญญาณคู่ขั้นก่อกำเนิดอันดับหนึ่งแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์!”
“เขาย่อมมีคุณสมบัติเช่นนั้น”
“ท่านดูออกหรือ?”
“ทั้งสองรากวิญญาณ ต่างก็เป็นรากวิญญาณเก้าดาว หมายความว่ามีความแข็งแกร่งมาก แต่หากคิดจะขัดขวางข้า คงจะยากเกินไป” ลู่เฉินพูดด้วยความมั่นใจ แต่หนานเหยากลับรู้สึกแปลกใจในอาจารย์ของตนว่าเหตุใจจึงมั่นใจเช่นนี้
ในขณะนั้นเอง เมื่อฉินเฟยหยางมองไปยังเหล่าสัตว์ปีศาจที่คำรามอยู่ไกล ๆ นั้น จึงตะโกนขึ้นมาว่า “พวกเจ้าตามข้ามา คอยดูว่าข้าจะฆ่าสัตว์ปีศาจเหล่านั้นให้หมดสิ้นอย่างไร!”
“ขอรับ!”
ทุกคนขานรับ
เพียงไม่นาน รอบกายของฉินเฟยหยางก็ล้อมไปด้วยเปลวไฟ จากนั้นจึงพุ่งตัวออกไป
เห็นเพียงฉินเฟยหยางที่ดูราวกับลูกกลมเพลิงขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายก็คือลู่เฉินและทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
สัตว์ปีศาจเหล่านั้นต่างก็พุ่งตัวออกมารับการโจมตีเช่นกัน
ฉินเฟยหยางเก่งกาจมาก เปลวเพลิงที่อยู่รอบ ๆ สามารถเผาไหม้ปราณกระบี่เยือกแข็งเหล่านั้นได้ และโจมตีไปยังร่างของสัตว์ปีศาจจำนวนไม่น้อย และยังใช้ลูกกลมเพลิงโจมตีไปยังพวกมันทีละตัว ทำให้ใช้เวลาเพียงไม่นาน ฉินเฟยหยางก็สามารถทำลายสัตว์ปีศาจได้จำนวนมาก
เมื่อเห็นเช่นนั้น หนานเหยาจึงกังวลใจขึ้นมา แต่ลู่เฉินยังคงนิ่งเฉยและเพิ่มพลังผ่านกู่ฉินต่อไปเรื่อย ๆ
หนานกงมู่ที่มองดูอยู่บน ‘หอสังเ