ว!”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะอยากตายจริง ๆ!” ชายหนุ่มจ้องไปที่หนานกงมู่
ในขณะที่หนานกงมู่เยาะเย้ยว่า “ข้าว่านะ ลู่เฉิน เจ้าคงเข้าใจผิดแล้ว?”
“เข้าใจผิด?”
“มองไปรอบ ๆ สิ เจ้าคิดว่าเจ้าที่เป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจะหลบหนีได้หรือ?”
“ข้ามาเพื่อช่วยคน ไม่ได้มาเพื่อหนี” ลู่เฉินจ้องเขม็งไปที่หนานกงมู่ ส่วนหนานกงมู่ก็หัวเราะร่า สตรีพวกนั้นก็ยิ่งหัวเราะดังขึ้น บางคนพูดขึ้นมาว่า “พ่อหนุ่ม แค่เจ้าคนเดียว? กล้าสู้กับพวกเราหรือ?”
ลู่เฉินหยิบคันธนูออกมาทันทีและเล็งไปที่ผู้พูด แต่สตรีคนนั้นพลันตกใจกลัวและรีบหนีไปไกลกว่าเดิม
“ผู้ใดอยากลองธนูของข้าก็เข้ามาสิ” ลู่เฉินเอ่ยยั่วยุ
หนานกงมู่หุบยิ้มก่อนจะพูดว่า “ลู่เฉิน ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้าอ่อนแอแค่ไหน!”
“เป็นเพราะเจ้าไม่รู้ว่าข้าแข็งแกร่งแค่ไหนต่างหาก!” ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ ทำให้หลายคนในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดด่าทอ และบางคนก็ดูหมิ่นเขาว่า “เจ้ากล้าดีอย่างไร!? เป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน!”
“รนหาที่ตายแล้ว!”
“คอยดูว่าอีกเดี๋ยวเขาจะถูกสัตว์ประหลาดเหล่านี้ฉีกเป็นชิ้น ๆ!”
ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกัน หนานกงมู่ก็เอ่ยเย้ยหยันว่า “ลู่เฉิน ข้าคิดว่าเจ้าควรยอมจำนนต่อข้าเดี๋ยวนี้ เพื่อที่ข้าจะได้พิจารณาว่าจะปล่อยเจ้าและลูกศิษย์ของเจ้าไปดีหรือไม่ มิฉะนั้นข้าจะลงมือกับลูกศิษย์ของเจ้าก่อน แล้วค่อยให้เจ้าสัมผัสว่าการถูกโจมตีโดยกลุ่มอสูรปีศาจนั้นเป็นอย่า