จะทนได้อย่างไร เขาหยิบก็ธนูเงามารออกมาแล้วโจมตีสตรีคนหนึ่ง ทันใดนั้นสตรีเหล่านั้นก็สัมผัสได้ว่าลูกศรกำลังพุ่งเข้ามา พลันมีคนร้องตะโกนขึ้นว่า “มีคน!”
คนที่ตกเป็นเป้าหมายคิดจะหลบหลีก แต่กลับสายเกินไปจึงถูกโจมตี
จากนั้นก็ร่วงตกลงมาจากยอดเขา
สตรีคนอื่น ๆ ก็ทยอยกันหลบหลีกและเตรียมป้องกันลู่เฉิน
จากนั้นสตรีคนหนึ่งก็นำอักขระยันต์สายหนึ่งออกมาและบรรจุพลังเข้าไป เสียงบางอย่างดังมาจากอักขระยันต์สายนั้น
ครู่ต่อมา ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏตัวขึ้นรอบด้าน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด หานลั่วสุ่ยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
หานลั่วสุ่ยมีสีหน้าดูไม่ได้ เพราะเขาไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะมาที่นี่จริง ๆ ขณะที่หนานเหยาตกใจกลัว นางจึงรีบตะโกนบอกลู่เฉินว่า “ท่านอาจารย์! รีบหนีไป!”
แต่ชายหนุ่มไม่ได้พูดอันใด
จากนั้นอสูรปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนก็บินออกมา อสูรปีศาจเหล่านี้หมุนวนโคจรอยู่กลางอากาศ แต่ละตัวมีท่าทางดุร้าย
นอกจากนี้ ยังมีอีกฝูงใหญ่ที่วิ่งอยู่บนพื้น ดังนั้นบริเวณรอบ ๆ นี้จึงเต็มไปด้วยอสูรปีศาจ และทุกตัวก็มีน้ำลายไหลย้อยราวกับว่าหิวโหยมากอย่างไรอย่างนั้น
สิ่งนี้ทำให้หนานเหยาตกใจกลัว
ยามนี้พลันมีแสงสีขาวจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า และแสงสีขาวนี้ก็มีร่างโปร่งแสงร่างหนึ่งซึ่งเป็นร่างของหนานกงมู่
เห็นเพียงร่างโปร่งแสงร่างของหนานกงมู่ยิ้มให้ลู่เฉินแล้วกล่าวว่า “ลู่เฉิน เราพบกันอีกแล้