“ถ้ามันมุ่งมาที่ข้า มันจะต้องมาหาข้าแน่นอน”
สิ้นเสียงนั้น ทหารรักษาการณ์ก็วิ่งถือจดหมายเข้ามาจากด้านนอก
หนานลัวรู้สึกงงงวย “นี่คืออันใด?”
“เมื่อครู่นี้มีเด็กคนหนึ่งเอามันมาและบอกว่าส่งให้คนที่ชื่อลู่เฉิน”
“เด็กล่ะ?” หนานลัวถามทันที ส่วนทหารรักษาการณ์ก็พูดอย่างเคอะเขินว่า “ไปแล้วขอรับ”
หนานลัวมองไปที่ทหารยามเกราะดำหมายเลขสามสิบหก อีกฝ่ายจึงหันหลังกลับและจากไป ขณะที่ลู่เฉินรับจดหมายมาแล้ว เขาก็ยิ้มออกมาหลังจากเห็นเนื้อหาข้างใน “หุบเขาเมฆาเพลิง!”
“หุบเขาเมฆาเพลิง?” หนานลัวเบิกตากว้าง ส่วนลู่เฉินพูดขึ้นว่า “กลุ่มที่ลักพาตัวหนานเหยาไป พวกเขาให้ข้าไปหาที่หุบเขาเมฆาเพลิง ไม่เช่นนั้นข้าก็ต้องรอเก็บศพของหนานเหยา!”
“แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด! ต้องเป็นคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดแน่!”
“โอ้? เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ลู่เฉินไม่รู้เรื่องหุบเขาเมฆาเพลิงมากนัก แต่หนานลัวอธิบายว่า “มีหุบเขาแปลก ๆ หลายแห่งในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด และหุบเขาประหลาดสองสามแห่งนั้นก็มีหุบเขาเมฆาเพลิงเป็นหนึ่งในนั้น แต่ว่ากันว่ามันอันตรายมาก นอกจากนี้ยังมีปีศาจอสูรที่น่ากลัวอีกมากด้วย”
“โอ้? ปีศาจอสูร?”
“ใช่ มีข่าวลือว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดเป็นสถานที่เลี้ยงปีศาจอสูรที่น่าสะพรึงกลัว” หนานลัวตอบ ขณะที่ลู่เฉินเย้ยหยัน “ดูเหมือนว่าผู้คนในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดจะรอไม่ไหวแล้ว!”
“พระสนมอู่! ต้องเป็นพระสนมอู่ที่สนับสนุนให้พวกเขาทำส