ะสงค์ของพวกเขาคืออันใด”
เมื่อเห็นว่าท่านยายไม่ได้สร้างปัญหาให้กับชายหนุ่มอีกต่อไป เถ้าแก่เนี้ยก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้ถามอันใดอีก นางเร่งกลับไปถามคนที่ถูกจับมา แต่คนเหล่านี้ไม่ยอมพูดอันใด ดูเหมือนว่าพวกเขายอมตายเสียดีกว่ายอมจำนน
สิ่งนี้ทำให้หวังอวี่กังวล “เหตุใดคนพวกนี้ถึงปากแข็งนัก?”
แต่เห็นได้ชัดว่าท่านยายไม่หลงกล
เห็นเพียงเส้นผมยาวบนตัวของท่านยายปลิวไสวไปทีละเส้น ก่อนจะพันเข้าที่คอของคนเหล่านี้ จากนั้นคนเหล่านี้ก็ไม่สามารถใช้ปราณใด ๆ ได้อีก ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงดิ้นรนอย่างยากลำบาก แต่สิ่งนี้ก็ยังทำให้พวกเขาพูดไม่ได้อยู่ดี
หวังอวี่พูดอย่างหดหู่ว่า “พวกเจ้ากำลังจะตาย เจ้ายังยืนกรานอยู่อีกหรือ?”
เถ้าแก่เนี้ยก็แปลกใจเช่นกัน “เจ้าพวกนี้ เหตุใดพวกเขาถึงไม่กลัวตายนัก?”
ชายชรากวาดพื้นเองก็ขมวดคิ้วแน่น แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะอย่างเย็นชา “มอบให้ข้าจัดการเถิด”
ทุกคนสงสัยว่าเขามีวิธีอันใด แต่ในตอนนี้เอง ชายหนุ่มก็เดินไปตรงหน้าคนคนหนึ่ง แล้วหยิบยาห้วงนิทราออกมายัดเข้าปากอีกฝ่าย คนคนนั้นตกอยู่ในอาการสะลึมสะลือทันที ท่ามกลางสายตางุนงงของคนอื่น ๆ
ลู่เฉินพลันถามชายคนนั้นว่า “ใครบอกให้พวกเจ้ามาที่นี่?”
“วังเหมันต์สงัด!” อีกฝ่ายตอบอย่างซื่อสัตย์มาก ขณะที่หวังอวี่และคนอื่น ๆ รู้สึกตกใจเพราะไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะสามารถทำให้อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยยาเพียงเม็ดเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังถามช