้าขนาดนี้มาก่อน!
เถ้าแก่เนี้ยถึงกับบ่นว่า “สาวน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมรับเจ้า”
“ดูเหมือนจะยอมรับเจ้าอย่างนั้นสินะ” หวังอวี่พูดอย่างโกรธเคือง และเถ้าแก่เนี้ยก็ยิ้มออกมาหลังจากที่เห็นท่าทีกวน ๆ ของหวังอวี่ “อย่าโกรธเลย ไม่เช่นนั้นสิ่งที่อยู่ในร่างกายจะครอบงำเจ้าเอาได้”
“ข้ารู้ตัวดี!” หวังอวี่ตะคอก
เถ้าแก่เนี้ยไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงดื่มสุราและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มาเถอะพ่อหนุ่ม ข้าจะแนะนำเจ้าเอง ถึงอย่างไรเสียจากนี้ไปเจ้าก็จะเป็นแขกของพระราชวังไร้หน้าแล้ว”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เฉินก็ตอบว่า “ข้าชื่อลู่เฉิน”
“ลู่เฉิน? เหตุใดเจ้าถึงได้ชื่อเดียวกับจอมมารลู่ผู้ยิ่งใหญ่เมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้ว” เถ้าแก่เนี้ยบ่น และหวังอวี่ก็พูดขึ้นว่า “เจ้านี่หน้าหนานัก!”
“หนาจริงหรือ?” ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น
หวังอวี่ค้อนปะหลักปะเหลือก “ไร้สาระ รูปปั้นหินของจอมมารลู่ผู้ยิ่งใหญ่นี้ยังคงอยู่ในพระราชวังไร้หน้าของพวกเรา! และเจ้ายังคิดใช้ชื่อนี้? หากเจ้าบอกให้ศิษย์คนอื่นรู้ พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร?”
เมื่อลู่เฉินได้ยินเช่นนี้ เขาก็แสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็นออกมา “รูปปั้นหินของจอมมารลู่ผู้ยิ่งใหญ่อยู่ในพระราชวังไร้หน้าของพวกเจ้าหรือ?”
“ไร้สาระ มันถูกวางไว้บนแท่นบูชาของพระราชวังไร้หน้าของพวกเรานั่นไง” หวังอวี่ตอบ
ลู่เฉินถามต่อไปว่า “ถ้าอย่างนั้นราชาหมื่นหน้า พวกเจ้ารู้จักเขาหรือไม่?”
“ราชาหมื่นหน้า? ราชาหมื่นหน้