าคืออันใด?” เรื่องนี้หวังอวี่ไม่รู้เรื่องเลย ส่วนเถ้าแก่เนี้ยรู้สึกสงสัย ว่าบางทีสิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุที่ลู่เฉินมาที่นี่
ดังนั้นเถ้าแก่เนี้ยจึงจิบสุราไปอึกหนึ่งและถามหยั่งเชิงด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยว่า “ราชาหมื่นหน้าผู้นี้ เป็นคนของพระราชวังไร้หน้าของพวกเราหรือ?”
ลู่เฉินไม่รู้ แต่เขากลับถามออกไปว่า “เคล็ดวิชายักษ์ไร้หน้านั่นเป็นของพระราชวังไร้หน้าหรือไม่?”
“ใช่ นี่เป็นวิชาขั้นสูงของพระราชวังไร้หน้าของพวกเรา แต่เคล็ดนี้ลึกล้ำยิ่ง และทุกคนสามารถเข้าใจได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น” เถ้าแก่เนี้ยตอบ
“แล้ววิชานี้มาได้อย่างไร พวกเจ้ารู้หรือไม่?” ลู่เฉินยังคงถามต่อไป
เถ้าแก่เนี้ยถามแปลก ๆ ว่า “เจ้ามาที่นี่เพื่อเคล็ดวิชานี้หรือ?”
ลู่เฉินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มออกมา “ใช่”
“ดูเหมือนว่าเจ้ามาที่พระราชวังไร้หน้าเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง”
“มาฝึกบำเพ็ญนั่นนับหรือไม่?” ลู่เฉินยิ้ม แต่เถ้าแก่เนี้ยจ้องมองลู่เฉินด้วยสายตาแปลก ๆ จนลู่เฉินเอ่ยถามขึ้นว่า “แท่นบูชานี้อยู่ที่ไหน?”
“เจ้าถามถึงแท่นบูชาเพราะอันใด?” เถ้าแก่เนี้ยมองไปที่ลู่เฉินด้วยความสงสัย
ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “รูปปั้นหินของจอมมารลู่เป็นสิ่งแปลกใหม่ อย่างไรข้าก็ต้องไปดูสักหน่อยใช่หรือไม่!”
เถ้าแก่เนี้ยสังเกตพบพิรุธ แต่หวังอวี่กลับมองไปที่ลู่เฉินโดยไม่คิดอันใด “อยากให้พวกเราพาเจ้าไปที่นั่น ย่อมได้! แต่เจ้าต้องเรียกพวกเราว่าศิษย์พี่หญิง!”
ลู่เฉินเดินไปรอ