บ ๆ พวกนางและพูดว่า “หากไม่มีพวกเจ้า ข้าก็ถามคนอื่นได้!”
“เจ้า เจ้าเด็กนี่ แม้ว่าเจ้าจะไป เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าไป!” หวังอวี่เริ่มโต้เถียง
เถ้าแก่เนี้ยยังหัวเราะและพูดว่า “ถ้าเจ้าต้องการเข้าสู่แท่นบูชา เจ้าต้องให้พวกเรานำทาง และเจ้าเป็นเพียงผู้มาใหม่ ดังนั้นเจ้าจึงไม่มีคุณสมบัติ!”
หวังอวี่ยังจ้องไปที่ลู่เฉินอย่างมีชัยชนะ กำลังรอให้ชายหนุ่ม ‘ยอมจำนน’ กับตัวเอง
แต่ลู่เฉินกลับพูดด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ ว่า “ข้าจะหาวิธีเอง ดังนั้นอย่ากังวลไปเลย!”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็เดินลงจากภูเขา
หวังอวี่รู้สึกไม่ยินยอม นางมองไปที่เถ้าแก่เนี้ยแล้วเอ่ยว่า “ข้าบอกแล้ว ผีสุรา เหตุใดชายคนนี้ถึงบ้าเช่นนี้?”
“ใครให้เจ้าโค่นเขาไม่ได้ล่ะ” เถ้าแก่เนี้ยพลันดูถูก แต่หวังอวี่กลับไม่พอใจ “ทำอย่างกับว่าเจ้าโค่นเขาได้อย่างนั้นแหละ”
เถ้าแก่เนี้ยขมวดคิ้ว “ข้าโค่นเขาไม่ได้”
หวังอวี่ยิ้มออกมาหลังจากครุ่นคิดเรื่องนี้ “แต่ข้ามีวิธีทำให้เขายอมเรียกเราว่าศิษย์พี่หญิง!”
เถ้าแก่เนี้ยสงสัยว่าอีกฝ่ายจะทำอันใดอีก
และในยามนั้น หวังอวี่ก็มาอยู่ข้างหลังลู่เฉิน นางเข้าไปตบไหล่ของชายหนุ่ม จากนั้นที่ไหล่หนาก็มีแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้น ก่อนที่หวังอวี่จะพูดขึ้นว่า “พ่อหนุ่ม ข้าแนะนำให้เจ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่หญิงภายในหนึ่งเค่อ!”
ผู้ใดจะรู้ว่าลู่เฉินจะเดินไปพูดไปว่า “แค่วิชาพิษของเจ้า ใช้ต่อกรกับมดปลวกอันใดนั้นก็พอได้ แต่ถ้าเจ้าใช้มันจัด